รู้ก่อนไปเยือน

ประเทศจอร์เจียเป็นดินแดนแห่งภูเขาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 2,500 ปี และอยู่ปลายสุดของทวีปเอเชีย มีเมืองหลวงคือเมืองทบิลิซี ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา แม่น้ำ และป่าไม้ รวมถึงมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน นอกจากนี้คนไทยยังสามารถท่องเที่ยวได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่นานถึง 365 วันเลยทีเดียว!!

15 สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปในประเทศจอร์เจีย

1.เมืองหลวงทบิลิซี (Tbilisi)

ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ริมฝั่งแม่น้ำคูรา เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองของจอร์เจีย ซึ่งเมืองหลวงยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของสมัยเก่าได้เป็นอย่างดีด้วยสีสันของอาคารบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมยุคเก่า โดยสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหลวงแห่งทบิลิซีที่น่าไปได้แก่ ป้อมปราการ นาริกาลา (Narikala) ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา โดยรอบล้อมไปด้วยแม่น้ำคุระที่สวยงาม

ภาพมุมสูงของเมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน มีสะพานทอดข้าม และอาคารบ้านเรือนจำนวนมากที่ติดไฟสว่างไสวในยามค่ำ

2.เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains)

ส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติ Kazbegi National Park ซึ่งเทือกเขาที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคคอเคซัสของยูเรเซีย ระหว่างทะเลดำ และทะเลแคสเปียน เทือกเขานี้มีระยะทางกว่า 1,100 กม. และเป็นที่ตั้งของยอดเขาหลายแห่งที่มีความสูงมากกว่า 5,000 เมตร รวมทั้งภูเขา Elbrus ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป

จอร์เจีย
ทิวทัศน์ภูเขาหิมะสีขาวตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังเนินเขาหญ้าสีเขียวขจีภายใต้ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม

3.วิหาร Svetitskhoveli

เป็นมรดกโลกของ UNESCO ตั้งอยู่ในเมือง Mtskheta ในประเทศจอร์เจีย วิหารแห่งนี้เป็นสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในจอร์เจีย

อาคารหินสีน้ำตาลอ่อนที่มีหอคอยหลังคาทรงกรวยตั้งอยู่หลังกำแพงหิน มีประตูไม้สีน้ำตาลเข้มและรั้วเหล็กสีดำอยู่ด้านหน้า

4.Ananuri Fortress

เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ โดยป้อมปราการแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Aragvi

ภาพปราสาทหินที่มีหอคอยและหลังคาทรงกรวยตั้งอยู่ริมทะเลสาบสีฟ้า มีภูเขาสูงปกคลุมด้วยต้นไม้เป็นฉากหลังภายใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆ

5.Uplistsikhe

เมืองหินโบราณที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกชื่อ Uplistsikhe หมายถึง "ป้อมปราการของพระเจ้า" ในภาษาจอร์เจีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นบริเวณเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำ Mtkvari เพื่อใช้ในการอยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราชจนถึงศตวรรษที่ 13 สถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยในถ้ำ วัด

ภาพมุมสูงของเนินเขาที่มีถ้ำและทางเดินขุดเจาะจำนวนมาก พร้อมอาคารหินหลังหนึ่งที่มีหลังคากระเบื้องสีแดงตั้งอยู่ด้านขวา

6.Ushguli

หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใน Svaneti บนเทือกเขา Svaneti ตอนบน ถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป ด้วยความสูง 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 300 คนเท่านั้น

ภาพทิวทัศน์ภูเขาหิมะสูงตระหง่านเป็นฉากหลัง มีเนินเขาเขียวขจีและกลุ่มอาคารหินตั้งอยู่กลางหุบเขา
หมู่บ้านที่มีอาคารและหอคอยตั้งอยู่กลางหุบเขา มีภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะและเมฆลอยอยู่เบื้องหลัง

7.Juta

หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค Kazbegi บนเทือกเขา Greater Caucasus หมู่บ้านแห่งนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาอันงดงามของ Chaukhi นอกจากนี้ยังสามารถเดินป่า ปีนเขาในเส้นทาง Chaukhi Pass ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมเพราะมีความสูงถึง 3,341 เมตร และในระหว่างปีนเขาสามารถชมธรรมชาติ และทะเลสาบ Abudelauri ที่มีสีสันสดใส

ทิวทัศน์ภูเขาสูงที่มีสันเขาหินปกคลุมด้วยหญ้าเขียวขจีและก้อนหิน มีหิมะตกค้างเป็นหย่อมๆ บนไหล่เขาทางซ้าย ใต้ท้องฟ้าสีฟ้าที่มีเมฆสีขาวลอยอยู่
ทิวทัศน์ภูเขาหินสูงที่มีเมฆปกคลุมยอดเขา มีหิมะตกค้างตามซอกหิน และลำธารน้ำไหลผ่านทุ่งหญ้าสีเขียวในบริเวณหน้าผา

8.Gudauri

สำหรับคนที่ชอบเล่นสกี เพราะเป็นเมืองสกีรีสอร์ทยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาคอเคซัสของจอร์เจีย ห่างจากทบิลิซีไปทางเหนือประมาณ 120 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้เป็นหนึ่งในสกีรีสอร์ทที่สูงที่สุดในภูมิภาค

ถนนลาดยางคดเคี้ยวผ่านพื้นที่ราบหิมะ โดยมีเทือกเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะเป็นฉากหลังภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าที่มีเมฆลอย
ทิวทัศน์ภูเขาสูงหลายลูกทอดยาวเป็นแนว มีหุบเขาและลำธารไหลผ่านกลางพื้นที่สีเขียวและสีน้ำตาลภายใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆปกคลุมหนาแน่น

9.Kazbegi

หรือที่รู้จักกันในชื่อ Stepantsminda เป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือ ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Kazbek ซึ่งเป็นยอดเขาที่อยู่ในเทือกเขาคอเคซัส เมืองนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ของเทือกเขาอันสวยงาม โดยมีที่เที่ยวเด่นคือโบสถ์เก่าแก่ที่สวยงามอย่าง Gergeti Trinity Church ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นเมือง และมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาโดยรอบ

ภาพทิวทัศน์หุบเขาสีเขียวขจีที่มีลำน้ำคดเคี้ยวไหลผ่านกลางหุบเขา ขนาบข้างด้วยเนินเขาสูงชันปกคลุมด้วยพืชพรรณ

10.ทะเลสาบ Koruldi

กลุ่มทะเลสาบบนเทือกที่ตั้งอยู่ใน Svaneti ใกล้กับเมือง Mestia ทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ใจกลางเทือกเขา Greater Caucasus โดยทะเลสาบโครุลดีเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักปีนเขา และนักเดินป่า ซึ่งการเดินไปยังทะเลสาบใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงจาก Mestia

ทิวทัศน์ภูเขาหินสูงที่มีหิมะปกคลุมยอดเขา ตั้งอยู่หลังทุ่งหญ้าสีน้ำตาลและผืนน้ำนิ่งที่สะท้อนภาพภูเขาและเมฆสีขาวบนท้องฟ้าสีฟ้า

11.ธารน้ำแข็ง Shkhara

ตั้งอยู่ใน Svaneti ซึ่งอยู่ใจกลางเทือกเขา Greater Caucasus โดยธารน้ำแข็งนี้ตั้งชื่อตามภูเขา Shkhara การขึ้นไปยังธารน้ำแข็งต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมงจากหมู่บ้าน Ushguli

ทิวทัศน์ภูเขาหิมะสูงตระหง่านตั้งอยู่เบื้องหลังเนินเขาหญ้าสีเขียวและทางลาดดินสีน้ำตาลภายใต้ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม

12.ทะเลสาบปาราวานี (Paravani Lake)

ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้กับชายแดนอาร์เมเนีย โดยทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,073 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีพื้นที่ประมาณ 37.5 ตารางกิโลเมตร

ทุ่งหญ้าสีเขียวทอดยาวไปจนถึงผืนน้ำสีฟ้า มีก้อนหินวางซ้อนกันเป็นกองอยู่บริเวณหน้าภาพ ใต้ท้องฟ้าสีฟ้าที่มีเมฆสีขาวลอยอยู่

13.Gomis Mta

หรือที่รู้จักกันในชื่อ Gomi Mountain เป็นยอดเขาสูงที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของจอร์เจีย ในเทือกเขา Trialeti ของเทือกเขาคอเคซัส ด้วยระดับความสูง 2,931 เมตร เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขา Trialeti

14.เมือง Sighnaghi

เมืองที่งดงามราวภาพวาด ตั้งอยู่ทางตะวันออก ในแคว้น Kakheti เมืองนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นหุบเขา Alazani พร้อมทิวทัศน์อันน่าทึ่งของเทือกเขาคอเคซัสในระยะไกล

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในซิกนาลีคือ Bodbe ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง กล่าวกันว่าเป็นที่ฝังศพของนักบุญนีโน ผู้ซึ่งนำศาสนาคริสต์มาสู่จอร์เจียในศตวรรษที่ 4 และเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้แสวงบุญ

ซิคนากียังเป็นที่รู้จักในด้านไวน์ เนื่องจาก Kakheti เป็นพื้นที่ผลิตไวน์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในจอร์เจีย นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการชิมไวน์ได้อีกด้วย

มุมมองสูงของหมู่บ้านที่มีอาคารหลังคากระเบื้องสีแดงและอาคารหินทรงโบสถ์ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ โดยเบื้องหลังเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวและผืนน้ำที่ทอดยาวไปจนถึงขอบฟ้า
ภาพทิวทัศน์เนินเขาที่มีกลุ่มบ้านเรือนหลังคาแดงและอาคารหินตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี โดยมีภูเขาหิมะเป็นฉากหลังภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้า

15. ถ้ำ Prometheus

เป็นถ้ำหินปูนตามธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค Imereti ใกล้กับเมือง Tskaltubo และมีอายุ 60 ถึง 70 ล้านปี ถ้ำแห่งนี้ตั้งชื่อตามเทพโพรมีธีอุส (Prometheus) ในตำนานกรีก ที่กล่าวกันว่าเป็นผู้ขโมยไฟจากทวยเทพ และมอบให้มนุษยชาติ

ถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในทศวรรษที่ 1980 และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในปี 2011 หินงอก หินย้อย ทะเลสาบใต้ดิน และแม่น้ำที่สวยงามซึ่งเปรียบกับพระราชวังใต้ดิน

ภาพภายในถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยเป็นชั้นๆ สว่างไสวด้วยแสงไฟสีส้ม แดง และม่วงที่ส่องกระทบพื้นผิวหิน

หรือถ้าใครอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร  โดยเราจะนำความรู้ดีๆ สาระดีๆ หรือประวัติศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ มาบอกเล่าเรื่องราวให้ได้อ่านกัน สามารถติดตาม หมอๆ ตะลุยโลก และPatourlogy  หรือถ้าใครต้องการท่องเที่ยวแบบเป็นกรุ๊ปส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นอกกระแส ขั้วโลกเหนือยังขั้วโลกใต้ ที่ประทับใจยันโลกหน้า สามารถติดต่อทาง Facebookและ Line ได้เลย เรายินดีพร้อมบริการทุกคนเป็นอย่างยิ่ง