เดือนมีนาคมกำลังจะผ่านไป... ขณะนี้คนไทยคงกำลังมองหาวิธีดับร้อนสำหรับเดือนเมษา ช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดในประเทศ แน่นอนว่าเรามีประเพณีสงกรานต์สาดน้ำดับร้อนในวันปีใหม่ไทย แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า อากาศที่ว่าร้อนของประเทศไทยยังถือว่าเย็นสบายหากเทียบกับดินแดนอีกมากมายในโลก อุณหภูมิเฉลี่ยของบ้านเราอยู่ที่ 28 องศาเซลเซียสเท่านั้น ในขณะที่กลุ่มประเทศในเขตทะเลทรายต้องเผชิญอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสอยู่บ่อยครั้ง

หลายคนอาจสงสัยว่าผู้คนที่นั่นมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน ด้วยเหตุนั้นในวันนี้ ทีมงานพาทัวร์โลจี้จึงจะพาคุณมารู้จักกับ ประเทศจิบูตี (Djibouti) ดินแดนที่ได้ชื่อว่าร้อนระอุที่สุดบนผืนพิภพ ทว่านอกจากอากาศอบอ้าวแล้ว จิบูตียังมีสิ่งน่าสนใจมากมายที่รอให้คุณมาค้นหา ถ้าพร้อมแล้วละก็ มาดูกันเลยดีกว่าว่า ประเทศที่ฮอตที่สุดในโลกจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ผู้หญิงห้าคนยืนเรียงแถวสวมชุดผ้าคลุมศีรษะและเครื่องประดับสีทอง พร้อมยกมือขึ้นแตะใบหน้า
ผู้หญิงจิบูตีในชุดประจำชาติ

ถึงจะฮอต แต่ก็ฮิต

ด้วยพื้นที่เพียง 23,200 ตารางกิโลเมตร จิบูตีจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่ใครเลยจะรู้ว่าดินแดนนี้คือทำเลทองที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตา

สาธารณรัฐจิบูตีเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกที่ตั้งอยู่ ณ จะงอยแอฟริกา (Horn of Africa) มีอาณาเขตติดกับประเทศเอริเทรีย เอธิโอเปีย และโซมาเลีย ทว่าสิ่งที่น่าสนใจกลับไม่ใช่อาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจิบูตีซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของทะเลแดงและมหาสมุทรอินเดีย

ดังที่หลายท่านคงจะทราบกันดี พื้นที่ดังกล่าวเป็นเสมือนจุดยุทธศาสตร์ในการขนส่งสินค้าทางเรือก็ว่าได้ เรือสินค้าจากดินแดนเอเชียตะวันออกกลางล้วนต้องผ่านเมืองท่าจิบูตีก่อนไปถึงเอธิโอเปียหรือดินแดนอื่นในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและใต้ ด้วยเหตุนี้นักธุรกิจมากมายจึงเลือกลงทุนในจิบูตีที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา

และที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ชายฝั่งจิบูตีอยู่ห่างจากประเทศเยเมนในตะวันออกกลางแค่ 20 กิโลเมตรโดยมีเพียงอ่าวเอเดน (Gulf of Aden) กั้นกลางเท่านั้น ภาวะสงครามที่ยืดเยื้อของเยเมนทำให้เศรษฐีอาหรับย้ายทำเลมาก่อตั้งธุรกิจในจิบูตี ทำให้ภายในเวลาไม่กี่ปี จิบูตีจึงก้าวขึ้นมาเป็นดินแดนสำคัญในแอฟริกาที่หลายคนทำนายไว้ว่า ประเทศนี้จะกลายเป็นดูไบแห่งกาฬทวีปในอนาคต

ภาพมุมสูงของเมืองที่มีอาคารสีขาวและสีอ่อนจำนวนมากตั้งอยู่ติดกับทะเลสีน้ำเงิน
จิบูตี เมืองหลวงของจิบูตี

ไข่มุกแห่งอ่าวทัดจูรา

จิบูตี (Djibouti City) เมืองหลวงที่มีชื่อเดียวกับประเทศจิบูตีถูกขนานนามว่าไข่มุกแห่งอ่าวทัดจูรา (Pearl of the Gulf of Tadjoura) เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ชาวจิบูตีกล่าวกันว่า ท่าเรือในทัดจูราไม่เคยหลับใหล

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พ่อค้าและนักเดินเรือมากมายต่างเดินทางมายังเมืองนี้เพื่อแสวงโชค เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดในแอฟริกาตะวันออกก็ว่าได้ นอกจากด้านธุรกิจและการค้าแล้ว เมืองหลวงของจิบูตียังเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรกว่าร้อยละ 70 ของประเทศ

ใครก็ตามที่มาเยือนที่แห่งนี้จะได้พบกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ทำให้เมืองหลวงจิบูตีมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เมืองแห่งหน้ากากทั้งเจ็ด (City of seven masks) แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของผู้คนที่อยู่รวมกันอย่างกลมเกลียวนั่นเอง

ภาพมุมสูงของท่าเรือจิบูตีที่มีทางเดินยาวทอดตัวลงสู่ทะเลสีฟ้าใส
ท่าเรือจิบูตี

ร้อนเหลือใจ

ดังที่กล่าวไปในตอนต้น จิบูตีมีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก อุณหภูมิเฉลี่ยของดินแดนนี้อยู่ระหว่าง 32 ถึง 41 องศาเซลเซียสที่อาจผันผวนไปตามฤดูกาล สาเหตุที่ทำให้จิบูตีร้อนได้ขนาดนี้มีหลายประการด้วยกัน

อย่างแรกคือ ภูเขาไฟอาร์ดูโคบา (Ardoukoba) ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ อาร์ดูโคบาเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับซึ่งก่อให้เกิดแผ่นดินไหวหลายครั้ง ภูเขาที่ว่ายังเคยปะทุในปีค.ศ. 1978 แม้ว่าความเสียหายจะไม่หนักหากเทียบกับการระเบิดของภูเขาไฟลูกอื่น แต่ก็ทำให้เกิดแก๊ซพิษและไอร้อนปกคลุมรอบบริเวณ

เหตุผลอีกประการคือจิบูตีตั้งอยู่ในเขตทะเลทราย ทางตอนใต้ของประเทศมีทะเลทรายแกรนด์บารา (Grand Bara) แผ่กว้างสุดลูกหูลูกตา ด้วยเหตุนี้จิบูตีจึงมีสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง แทบไม่มีพืชพรรณใดๆ เติบโตได้ในดินแดนดังกล่าว

ดวงอาทิตย์กลมสีส้มลอยอยู่เหนือแนวภูเขาหินสีดำและผืนน้ำกว้างในยามพระอาทิตย์ตก
พระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลสาบอับเบ

ทะเลสาบน้ำเค็ม

แม้ว่าในอดีต ชาวจิบูตีจะเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้เนื่องจากทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นทะเลสาบน้ำเค็ม ทว่าในปัจจุบัน ทะเลสาบเหล่านี้กลับเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศ ทะเลสาบน้ำเค็มในจิบูตีมีลักษณะเป็นพื้นผิวขรุขระ เกาะแก่งและโขดหินต่างๆ ผุดขึ้นมาจากผิวน้ำ ทำให้ดูราวกับขึ้นยานอวกาศไปเหยียบผิวดวงจันทร์ก็ไม่ปาน นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาถ่ายภาพภูมิประเทศน่าตื่นตาที่หาไม่ได้ในส่วนอื่นของโลก

ทะเลสาบน้ำเค็มที่มีชื่อเสียงในจิบูตีได้แก่ ทะเลสาบอับเบ (Lake Abbé) ทางตอนเหนือที่ทอดยาวระหว่างชายแดนจิบูตี - เอริเทรีย ทะเลสาบอัซซาล (Lake Assal) ทางตอนกลางของจิบูตีที่เป็นแหล่งเกลือที่ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นต้น

อาหารฟาห์ฟาห์ประกอบด้วยซุปเนื้อในชามดินเผาและขนมปังปิ้งวางบนถาดไม้
ฟาห์ฟาห์ อาหารประจำชาติจิบูตี

อาหารฟิวชัน

หนึ่งในไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ในการมาเยือนสถานที่ใหม่ๆ คือการรับประทานอาหารท้องถิ่น และมั่นใจได้เลยว่า อาหารสัญชาติจิบูตีจะทำให้คุณติดใจจนต้องมาลองซ้ำ ในฐานะจุดเชื่อมต่อโลกอาหรับและแอฟริกาเข้าด้วยกัน อาหารจิบูตีจึงเป็นอาหารฟิวชันที่นำเอาความเป็นตะวันออกกลางมาผสมผสานกับอาหารท้องถิ่นของชาวอะฟาร์ (Afar) ได้เป็นอย่างดี

และเช่นเดียวกับอดีตประเทศอาณานิคมทั้งหลาย อาหารมากมายในจิบูตีมีกลิ่นอายความเป็นตะวันตกจากฝรั่งเศสที่เคยปกครองดินแดนนี้หลายทศวรรษ เมนูที่ขึ้นชื่อของจิบูตีได้แก่ ฟาห์ฟาห์ (Fah – fah) ซุปแพะรสจัดจ้านที่ทานคู่กับขนมปังแผ่นบางของอาหรับ ฮัลโว (Xalwo) ของหวานรสละมุนที่ทำจากแป้งสาลีเนื้อนุ่ม เติมรสเปรี้ยวนิดๆ ด้วยลูกเกด เป็นต้น

นอกจากอาหารคาวหวานแล้ว เครื่องดื่มยังเป็นอีกสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนจิบูตี เนื่องจากประเทศนี้ตั้งอยู่ระหว่างเอธิโอเปียและเยเมน สองดินแดนที่ถกเถียงกันไม่สิ้นสุดว่าใครคือต้นกำเนิดกาแฟแก้วแรกของโลก กาแฟจิบูตี หรือที่เรียกว่า บูนา (Buna) จึงมีรสเข้มข้นกลมกล่อมไม่แพ้กัน หากใครเป็นสายคาเฟอีนแล้วละก็ ต้องไม่พลาดประสบการณ์จิบกาแฟยามบ่ายในวันสบายๆ ที่จิบูตี

สัตว์ป่าสองตัวที่มีคอและขาเรียวยาวยืนอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้สีเขียว
สัตว์ป่าในที่ราบฮันเล

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

แม้จะเป็นประเทศที่กำลังเติบโตด้านเศรษฐกิจ แต่จิบูตีก็ยังอนุรักษ์ธรรมชาติไว้เป็นอย่างดี การท่องเที่ยวเชิงนิเวศจึงเป็นอีกกิจกรรมที่ต้องทำเมื่อมาเยือนที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูนกริมทะเลสาบอับเบ สถานที่ที่มีชื่อเรื่องพันธุ์นกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟลามิงโก นกบัสตาร์ด (Bustard) นกกระจอกมงกุฎดำ (Black Crown Sparrow) ฯลฯ หรือส่องสัตว์ ณ ที่ราบฮันเล (Plain of Hanlé) แหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ทะเลและชายหาดในจิบูตีก็งดงามไม่ต่างกัน นักท่องเที่ยวนิยมมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดทรายสีขาวในเมืองจิบูตี พร้อมกับชมทัศนยภาพน่าสนใจโดยรอบ เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกประการเลยก็ว่าได้

เป็นอย่างไรกันบ้างกับจิบูตี ประเทศที่ได้ชื่อว่าร้อนที่สุดในโลก แม้ว่าอากาศที่อบอ้าวจะเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวของใครหลายคน แต่จิบูตีก็ไม่ได้ร้อนตลอดปีอย่างที่ใครเขาว่ากัน หากต้องการไปเยือนจิบูตีแล้วละก็ ควรตรวจสอบสภาพอากาศให้ดี เดือนที่เหมาะที่สุดในการท่องเที่ยวจิบูตีคือธันวาคมถึงมกราคม ช่วงเวลาสั้นๆ นี้เองที่จิบูตีมีอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การสำรวจธรรมชาติในสถานที่สำคัญต่างๆ

หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์ในประเทศสุดฮอตนี้ด้วยตัวเอง สามารถติดต่อเราได้ที่ www.patourlogy.com ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการผจญภัยในประตูสู่แอฟริกาตะวันออกของคุณ

อ้างอิง