หากจะพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ “ยุโรป” มักเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลาย ๆ คน ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายศิลปะวัฒนธรรม ยุโรปเป็นดินแดนที่รวมหลากหลายเมืองงดงามเสมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน ที่จะทำให้คุณรู้สึกราวกับถูกต้องมนต์สะกด โอบกอดด้วยบรรยากาศแสนโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามหรือทิวทัศน์เมืองเก่าอันทรงคุณค่า บทความนี้ขอแนะนำ 10 เมืองยุโรป ที่มีความโดดเด่นและสวยงามดั่งเทพนิยาย ลองเช็กกันดูว่าคุณเคยไปเยือนเมืองใดมาบ้างแล้วหรือยัง

Hallstatt (ฮัลล์สตัทท์) ออสเตรีย – เมืองริมทะเลสาบแสนหวาน

เสน่ห์ของเมืองริมทะเลสาบและขุนเขา

ฮัลล์สตัทท์ เป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Hallstätter See ทางตอนกลางของออสเตรีย และเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป จุดเด่นของที่นี่คือทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบใสสะอาดตาที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาสูง เมืองโบราณ สไตล์อัลไพน์ที่เรียงรายไปด้วยบ้านไม้หลังเล็ก ๆ มีระเบียงประดับด้วยดอกไม้หลายสีสัน สร้างบรรยากาศที่เหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย บวกกับอากาศบริสุทธิ์และความเงียบสงบ ทำให้ฮัลล์สตัทท์เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกใฝ่ฝัน

กิจกรรมน่าทำใน Hallstatt

  • นั่งเรือชมวิวทะเลสาบ: การล่องเรือชมหิมะที่ปกคลุมยอดเขาและหมู่บ้านสีสันอ่อนโยน จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ที่ยากจะลืม
  • เดินเล่นย่านเมืองเก่า: แนะนำให้เดินเท้าไปเรื่อย ๆ ชมบ้านเรือน ท่าเรือ และโบสถ์ประจำเมือง เพื่อตามเก็บภาพบรรยากาศสุดโรแมนติก
  • เยี่ยมชมเหมืองเกลือโบราณ: ฮัลล์สตัทท์มีเหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คุณสามารถลงไปเรียนรู้การทำเกลือโบราณและดูวิวมุมสูงของตัวเมือง

ไม่ว่าจะมาเยือนในฤดูไหน ฮัลล์สตัทท์ก็จะมอบความประทับใจให้คุณเสมอ ทั้งสีสันเขียวขจีในฤดูร้อน หิมะขาวโพลนในฤดูหนาว หรือใบไม้เปลี่ยนสีสวยจับตาในฤดูใบไม้ร่วง จึงไม่แปลกที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จะได้รับการยอมรับว่าเป็น “ไข่มุกแห่งออสเตรีย”

หมู่บ้านริมทะเลสาบที่มีอาคารหลายหลังเรียงรายอยู่ติดกัน มีโบสถ์สีขาวพร้อมหอคอยแหลมตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำ และภูเขาสูงปกคลุมด้วยต้นไม้เป็นฉากหลัง

Colmar (กอลมาร์) ฝรั่งเศส – เมืองเล็กสีลูกกวาด สวยราวกับฝันจากโลกนิทาน

สีสันสดใสและสถาปัตยกรรมเมืองโบราณ

กอลมาร์ เป็นเมืองขนาดเล็กในแคว้นอาลซัส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยบ้านเรือนสีสันน่ารักราวกับลูกกวาด หน้าบ้านประดับด้วยไม้ระแนงและดอกไม้หลากสี มองเผิน ๆ เหมือนหลุดเข้ามาในฉากการ์ตูนของดิสนีย์ ตัวเมืองยังคงสภาพสถาปัตยกรรมสมัยกลางและเรอเนซองส์อย่างสมบูรณ์ ทำให้บรรยากาศดูคลาสสิกและโรแมนติกสุด ๆ

เสน่ห์ของ Little Venice

กอลมาร์ได้รับสมญานามอีกชื่อหนึ่งว่า “ลิตเติลเวนิส” (La Petite Venise) เนื่องจากมีคลองที่สวยงามลัดเลาะผ่านย่านเมืองเก่า การได้นั่งเรือชมวิวสองฝั่งคลองจะทำให้คุณตกหลุมรักความสวยงามของบ้านเรือนสีพาสเทล สวนดอกไม้เล็ก ๆ และร้านค้าหัตถกรรมที่ผสานกับความเป็นฝรั่งเศสอย่างกลมกลืน

อาหารและเครื่องดื่มขึ้นชื่อ

ย่านอาลซัสขึ้นชื่อเรื่องไวน์ขาวเกรดพรีเมียม และอาหารท้องถิ่นอย่าง “Choucroute” (โชครูต) กะหล่ำปลีดองรสชาติเปรี้ยวที่มักเสิร์ฟพร้อมเนื้อสัตว์หลากชนิด อีกเมนูที่ห้ามพลาดคือ “Tarte Flambée” พิซซ่าสไตล์อาลซัสที่บางและกรอบ อัดแน่นด้วยเครื่องปรุงเข้มข้น

สำหรับผู้ที่ชอบเสพความน่ารักและความโรแมนติกพร้อมกับอาหารท้องถิ่นเลิศรส กอลมาร์จะเป็นเมืองที่ตอบโจทย์คุณได้อย่างยอดเยี่ยม

อาคารไม้โครงหลังคาสูงหลากสีเรียงรายริมแม่น้ำ มีรั้วเหล็กประดับดอกไม้สีแดงและขาวตัดกับผิวน้ำสีฟ้า

Bruges (บรูจส์) เบลเยียม – เมืองแห่งคลองสายน้ำใสกับบรรยากาศย้อนยุค

มหัศจรรย์แห่งสายน้ำและสถาปัตยกรรมโกธิก

บรูจส์ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ” เพราะมีคลองหลายสายไหลผ่านตัวเมือง ซึ่งเคยเป็นเส้นทางการค้าสำคัญในยุคกลาง อีกทั้งเมืองนี้ยังคงสภาพสถาปัตยกรรมในยุคโกธิกอย่างสมบูรณ์ เช่น หอระฆัง (Belfry of Bruges) และจัตุรัส Markt ที่โอบล้อมด้วยอาคารสีสันสะดุดตาและหลังคาทรงสูงชัน สร้างบรรยากาศย้อนยุคให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังท่องอยู่ในเทพนิยาย

ล่องเรือชมเมืองในมุมใหม่

การล่องเรือในคลองบรูจส์เป็นประสบการณ์ที่ห้ามพลาด เพราะคุณจะได้เห็นมุมสวย ๆ ของอาคารเก่าแก่ สะพานหินอันโดดเด่นและสวนเขียวขจีที่ซ่อนอยู่ตามแนวคลอง แถมยังมีโอกาสได้ผ่านโบสถ์และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกด้วย

ช็อกโกแลตและเบียร์เบลเยียม

บรูจส์โด่งดังในเรื่องของช็อกโกแลตคุณภาพระดับโลก ร้านขายช็อกโกแลตและขนมหวานกระจายอยู่ทั่วเมือง ส่วนเบียร์เบลเยียมก็ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติและประวัติศาสตร์ มีเบียร์ท้องถิ่นหลากหลายยี่ห้อและสูตรลับเฉพาะให้คุณได้ลิ้มลอง

ด้วยภาพรวมของสถาปัตยกรรมโบราณ คลองสวย ๆ และกลิ่นหอมของขนมหวาน บรูจส์จึงเป็นเมืองที่มอบความรู้สึกสุดแสนโรแมนติกให้กับผู้มาเยือนอย่างไม่รู้ลืม

อาคารอิฐหลังคาแดงเรียงรายริมแม่น้ำสะท้อนลงบนผิวน้ำ มีต้นไม้ใหญ่และหอคอยสูงตั้งอยู่เบื้องหลัง

Český Krumlov (เชสกี้ ครุมลอฟ) สาธารณรัฐเช็ก – เมืองเทพนิยายยุคกลาง

ความงามแบบยุคกลางและปราสาทขนาดใหญ่

เชสกี้ ครุมลอฟ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ก มีแม่น้ำวัลตาวา (Vltava) ไหลคดเคี้ยวผ่านตัวเมืองซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ความโดดเด่นอยู่ที่ปราสาทเชสกี้ ครุมลอฟ (Český Krumlov Castle) และพื้นที่รอบปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากปราสาทปราก สถาปัตยกรรมและบรรยากาศในเมืองดูเหมือนหยุดเวลาไว้ในยุคกลาง

เดินเล่นในเมืองเก่าที่คดเคี้ยวไปตามตรอกซอกซอย

การสำรวจเชสกี้ ครุมลอฟผ่านการเดินเท้าเป็นวิธีที่ดีที่สุด คุณจะได้พบกับถนนหินโบราณ บ้านเรือนสไตล์เรอเนซองส์ คาเฟ่น่ารัก ๆ และร้านขายเครื่องประดับแบบแฮนด์เมด บรรยากาศที่เงียบสงบและความเป็นกันเองของชาวเมือง ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นและประทับใจในเวลาเดียวกัน

ชื่นชมวิวแม่น้ำวัลตาวา

จุดไฮไลต์อีกอย่างคือการขึ้นไปยังหอคอยของปราสาท เพื่อชมวิวมุมสูงที่มองเห็นหลังคาสีส้มแดงและแม่น้ำวัลตาวาที่โค้งผ่านเมืองอย่างสวยงาม จังหวะพระอาทิตย์ตกดินยิ่งเพิ่มความโรแมนติกให้เชสกี้ ครุมลอฟเหมือนเป็นเมืองเทพนิยายที่คุณจะประทับใจไม่รู้ลืม

ภาพมุมสูงของเมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน มีอาคารหลังใหญ่หลังคาแดงอยู่ด้านซ้าย และเรือหลายลำจอดอยู่ริมฝั่งน้ำ

Rothenburg ob der Tauber (โรเทนเบิร์ก ออบ เดอร์ เทาเบอร์) เยอรมนี

เมืองกำแพงเก่าแก่และถนนสายโรแมนติก

โรเทนเบิร์ก ออบ เดอร์ เทาเบอร์ ตั้งอยู่ในแคว้นบาวาเรีย (Bavaria) ของเยอรมนี มีชื่อเสียงในฐานะเมืองที่ยังคงรักษา “กำแพงเมืองเก่า” ได้อย่างสมบูรณ์ ย่านใจกลางเมืองประดับด้วยบ้านเรือนสีสันหวานเย็น สถาปัตยกรรมครึ่งไม้ (Half-timbered) ที่สวยงามลงตัว พร้อมบรรยากาศประวัติศาสตร์ที่ย้อนยุค เหมาะกับการเดินเล่นเรื่อย ๆ บนถนนสายโรแมนติก (Romantic Road)

จุดชมวิวและแลนด์มาร์กที่ต้องไปเยือน

  • Plönlein: มุมมหาชนที่ถ่ายรูปคู่กับอาคารเหลืองสุดโด่งดัง และหอนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • Town Hall: ศาลากลางเก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส Marktplatz ซึ่งมักเป็นที่จัดกิจกรรมและตลาดนัดในวันพิเศษ
  • Käthe Wohlfahrt: ร้านขายของตกแต่งคริสต์มาสตลอดปี ที่เปรียบเสมือนโลกแห่งเทพนิยายฤดูหนาว

เสน่ห์แห่งเทศกาลคริสต์มาส

หากมาเยือนช่วงปลายปี คุณจะได้พบกับคริสต์มาสมาร์เก็ตที่ประดับประดาไปด้วยไฟสวยงาม จุดนี้ถือเป็นเทศกาลที่โรแมนติกที่สุดช่วงหนึ่งของปี บวกกับหิมะโปรยปรายบนหลังคาบ้านเรือนสีหวานยิ่งสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหล ให้โรเทนเบิร์ก ออบ เดอร์ เทาเบอร์ กลายเป็นเมืองเทพนิยายในชีวิตจริง

ถนนปูด้วยหินกรวดทอดยาวผ่านอาคารสไตล์ครึ่งไม้ครึ่งหินหลากสีสัน มีหอคอยสีขาวหลังคาแดงตั้งอยู่ด้านซ้าย และจักรยานสีน้ำเงินจอดอยู่ริมทางเดินด้านขวา

Sintra (ซินตรา) โปรตุเกส – ดินแดนปราสาทสุดแฟนตาซี

ราชวังหลายสีและปราสาทสุดอัศจรรย์

ซินตรา ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองลิสบอน (Lisbon) ในประเทศโปรตุเกส โดดเด่นด้วยปราสาทและราชวังหลากสีสันตั้งอยู่กลางหุบเขา Serra de Sintra ที่เขียวชอุ่มจนกลายเป็นภาพแลนด์สเคปสุดอลังการ ไฮไลต์ยอดฮิตคือพระราชวัง Pena (Pena Palace) ราชวังสีสดใสดั่งสร้างจากจินตนาการเทพนิยาย และปราสาทแขกมัวร์ (Moorish Castle) ที่ตั้งโดดเด่นบนยอดเขาราวกับหลุดออกมาจากประวัติศาสตร์โบราณ

บรรยากาศเย็นสบายด้วยอากาศภูเขา

สภาพอากาศในซินตรามักเย็นกว่าลิสบอนเล็กน้อย เพราะอยู่ในโซนหุบเขาและมีทะเลแอตแลนติกอยู่ไม่ไกล คุณจะเพลิดเพลินกับการเดินชมธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่ถูกผสานอย่างลงตัว บวกกับต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ร่มเงาและหมอกบาง ๆ ยามเช้า ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดในซินตรา

  • เยี่ยมชม Quinta da Regaleira: คฤหาสน์สไตล์กอธิก ผสมสถาปัตยกรรมโรมันและอาหรับ มีสวนลึกลับและบ่อน้ำเกลียว (Initiation Well) ที่น่าค้นหา
  • ลิ้มรสขนม Travesseiro: ขนมพัฟไส้ครีมอัลมอนด์อันเลื่องชื่อของซินตรา หาซื้อได้ตามคาเฟ่ท้องถิ่น
  • เดินป่าชมธรรมชาติ: ภายใน Serra de Sintra มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้น ให้นักผจญภัยได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
หมู่บ้านบ้านเรือนสีขาวหลังคาแดงตั้งอยู่บนหน้าผาหินริมทะเล มีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมอยู่ด้านล่าง และท้องฟ้ามีเมฆสีส้มอมชมพู

Annecy (อานซี) ฝรั่งเศส – เวนิสน้อยกลางเทือกเขาแอลป์

เมืองเก่าริมทะเลสาบที่ใสและบริสุทธิ์

อานซี ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ (Alps) และทะเลสาบ Annecy ที่ได้ชื่อว่าสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เมืองเก่าสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง แต่ยังคงรักษาความงามอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสไตล์เรอเนซองส์ คลองและสะพานหินโค้งที่คล้ายเวนิส

ทัศนียภาพสวยจับตา

อานซีมีวิวภูเขาสูงตระหง่านสะท้อนน้ำในทะเลสาบสีฟ้าใส ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อน ชมเรือใบและเรือถีบที่ลอยละล่อง บรรยากาศของเมืองเป็นกันเองและโรแมนติกเหมาะแก่การเดินเล่นเรื่อย ๆ หรือปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ

กิจกรรมสุดโรแมนติก

  • เดินเล่นในย่าน Vieille Ville: ย่านเมืองเก่าที่มีร้านค้าศิลปะ ร้านขนมหวาน และคาเฟ่น่านั่ง
  • นั่งเรือชมทะเลสาบ: ให้คุณได้สัมผัสความงามของอานซีในมุมกว้างมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
  • ชิมอาหารซาวอย (Savoy): ลองทาร์ตฟองดูชีสและอาหารจานพิเศษที่มีส่วนผสมของชีส คุณภาพเยี่ยมจากแคว้นซาวอย
มุมมองถนนสายกลางที่มีคลองน้ำไหลผ่าน ขนาบข้างด้วยอาคารหลายชั้นสีพาสเทลและอาคารไม้ มีผู้คนเดินอยู่ริมทางเดินและภูเขาเป็นฉากหลัง

Bibury (ไบบิวรี่) อังกฤษ – หมู่บ้านชนบทที่สวยที่สุดในอังกฤษ

สถาปัตยกรรมคอตสโวลด์ที่มีเสน่ห์ดั่งภาพฝัน

ไบบิวรี่ หมู่บ้านเล็ก ๆ ในแถบคอตสโวลด์ (Cotswolds) ทางตอนใต้ของอังกฤษ ได้รับการยกย่องให้เป็น “หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอังกฤษ” ด้วยกระท่อมหินโบราณ (Stone Cottages) บานหน้าต่างและประตูไม้ บรรยากาศชนบทเงียบสงบที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายอังกฤษยุคเก่า

Arlington Row โซนถ่ายรูปในตำนาน

สถานที่ยอดนิยมในไบบิวรี่คือโซน Arlington Row ซึ่งเป็นแถวกระท่อมหินที่ถูกสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เดิมทีถูกใช้เป็นที่ทอผ้าสำหรับอุตสาหกรรมผ้าขนสัตว์ของอังกฤษ ปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างมาตามรอยเพื่อถ่ายภาพไว้เป็นความทรงจำ

กลิ่นอายชนบทอังกฤษที่บริสุทธิ์

  • ฟาร์มปลาเทราต์ (Bibury Trout Farm): สถานที่ที่คุณสามารถเรียนรู้การเลี้ยงปลาเทราต์และให้อาหารปลาได้
  • เดินเล่นริมแม่น้ำโคล์น (River Coln): แม่น้ำสายเล็ก ๆ ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน บรรยากาศเย็นสบายและสวยงามตลอดทั้งปี
  • จิบชากับสโคน: สัมผัสวัฒนธรรมการจิบชายามบ่ายแบบอังกฤษแท้ ๆ ในคาเฟ่หรือโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้าน
ถนนลาดยางคดเคี้ยวผ่านหมู่บ้านที่มีบ้านหินหลังคากระเบื้องเรียงรายอยู่ด้านซ้าย ล้อมรอบด้วยต้นไม้และพุ่มไม้สีเขียว

Giethoorn (กีธูร์น) เนเธอร์แลนด์ – หมู่บ้านไร้ถนน ดินแดนแห่งสายน้ำและเรือไม้

เสน่ห์ของหมู่บ้านไร้ถนนและสายน้ำที่เชื่อมต่อ

กีธูร์น เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในจังหวัดโอเวอร์ไรส์เซิล (Overijssel) ของเนเธอร์แลนด์ มีเอกลักษณ์คือ “ไม่มีถนน” ให้รถสัญจรเหมือนเมืองทั่วไป บ้านเรือนทุกหลังล้วนตั้งอยู่ตามแนวคลองและเชื่อมกันด้วยสะพานไม้เล็ก ๆ กว่า 170 แห่ง การเดินทางหลักคือการใช้เรือพาย เรือถีบ หรือเรือยนต์ไฟฟ้าเพิ่มความสงบและโรแมนติกได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศบ้านชาวดัตช์ริมคลอง

บ้านส่วนใหญ่ในกีธูร์นเป็นบ้านชนบทหลังคามุงจาก มีสวนดอกไม้และต้นไม้เขียวขจีประดับประดา เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ คุณจะเห็นดอกไม้บานสะพรั่งริมคลองอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนฤดูหนาวคลองจะกลายเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งสำหรับคนในท้องถิ่น เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กัน

กิจกรรมเพลิดเพลินในกีธูร์น

  • ล่องเรือ Giethoorn: คุณสามารถเช่าเรือเล็ก ๆ เพื่อพายชมวิวได้เอง หรือจะเลือกนั่งเรือนำเที่ยวพร้อมไกด์บรรยายก็น่าสนใจ
  • เดินหรือปั่นจักรยานข้ามสะพานไม้: เพื่อสัมผัสสถาปัตยกรรมบ้านเรือนและความสงบของหมู่บ้านอย่างใกล้ชิด
  • ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น: ร้านอาหารในกีธูร์นนิยมใช้วัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติ เช่น ปลาและผักตามฤดูกาล
บ้านหลังคาหญ้าสองหลังตั้งอยู่ริมคลองน้ำที่สะท้อนเงาต้นไม้ มีสะพานไม้ขนาดเล็กทอดข้ามคลอง และสวนดอกไม้สีแดงกับพุ่มไม้เขียวขจีรายล้อม

Lucerne (ลูเซิร์น) สวิตเซอร์แลนด์ – เมืองในอ้อมกอดขุนเขาและทะเลสาบ

อัญมณีแห่งสวิตเซอร์แลนด์กลาง

ลูเซิร์น ถือเป็นประตูสู่เทือกเขาแอลป์ตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne) โอบล้อมด้วยขุนเขาสูงชันอย่างยอดเขาพิลาตุส (Mt. Pilatus) และยอดเขาริกิ (Mt. Rigi) บรรยากาศของเมืองที่ผสมผสานความโมเดิร์นและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ได้อย่างลงตัว สร้างความโรแมนติกอันเป็นเอกลักษณ์

สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) แลนด์มาร์กสำคัญ

สะพานไม้ชาเปลสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ถือเป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป มีหลังคาปกคลุมและภาพวาดโบราณประดับด้านใน ตรงกลางสะพานมีหอคอยน้ำ (Water Tower) ที่เคยใช้เป็นคุกในอดีต ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นลูเซิร์น

กิจกรรมสุดโรแมนติกในลูเซิร์น

  • ล่องเรือในทะเลสาบลูเซิร์น: ชมทัศนียภาพเทือกเขาและเมืองเก่าริมทะเลสาบในมุมกว้าง
  • ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาพิลาตุส: เพื่อชมวิวเมืองแบบพาโนรามา คุณจะได้เห็นทิวทัศน์ของยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะและทะเลสาบสีฟ้าสดใส
  • เดินเที่ยวในเมืองเก่า (Altstadt): ย่านที่มีอาคารเก่าแก่สไตล์เรอเนซองส์และร้านขายของที่ระลึกมากมาย สัมผัสชีวิตท้องถิ่นสุดเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์
ภาพมุมสูงของเมืองที่มีหอคอยหินและกำแพงเมืองทอดยาวผ่านเนินเขาปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจี มีอาคารบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีแดงเรียงรายอยู่ด้านล่าง

บทสรุป เมืองยุโรป เหมือนหลุดจากเทพนิยาย

แต่ละ เมืองยุโรป ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น มีเอกลักษณ์และความงดงามในแบบฉบับของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นฮัลล์สตัทท์ที่เงียบสงบริมทะเลสาบ โคลงแผ่วของคลองและบ้านสีพาสเทลในกอลมาร์ ร่องรอยแห่งยุคกลางในเชสกี้ ครุมลอฟ กำแพงเมืองโบราณที่โรเทนเบิร์ก ออบ เดอร์ เทาเบอร์หรือหมู่บ้านไร้ถนนในกีธูร์น ทุกสถานที่ล้วนถ่ายทอดความรู้สึกเสมือนเรากำลังพลัดหลงเข้าไปในโลกเทพนิยายได้อย่างไม่ยากเย็น

สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะเดินทางเพื่อสัมผัสความโรแมนติก ความสงบ และกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันเข้มข้น ยังมีเมืองงดงามอื่น ๆ ทั่วทั้งทวีปยุโรปที่รอให้คุณได้ค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ของปราสาทโบราณ หรือน้ำใสสะท้อนเงาเมืองโบราณบนพื้นผิวน้ำใสก็ล้วนสร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้จบ ที่สำคัญที่สุดคือการเดินทางไปยังเมืองเล็ก ๆ เหล่านี้ มักจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้คุณสามารถซึมซับความสุขเล็ก ๆ ของชีวิตได้อย่างเต็มที่