อุทยานแห่งชาติ Glacier Bay ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของรัฐจูโน เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 3.3 ล้านเอเคอร์ โดยอุทยานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในค.ศ. 1925 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติ แต่ต่อมาได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติในค.ศ. 1980 นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติกลาเซียร์ เบย์ ยังเป็นมรดกโลกของ UNESCO อีกด้วย

ภาพทิวทัศน์ของทะเลสาบสีฟ้าที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาสูงชันปกคลุมด้วยป่าไม้และหิมะ โดยมีเมฆลอยปกคลุมท้องฟ้า

ค้นพบได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเลยต้องรู้จัก George Vancouver ซึ่งเป็นนักสำรวจชาวอังกฤษ ได้เดินทางมาสำรวจอลาสก้าในปี ค.ศ.1794 และได้ค้นพบอุทยานแห่งชาติแห่งนี้

สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาถึง

กิจกรรมใน Glacier Bay มีความหลากหลายเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งซึ่งสามารถเลือกได้หลากหลาย เช่น การเดินป่า ตั้งแคมป์ ปีนเขา พายเรือคายัค ล่องแก่ง ตกปลา ล่าสัตว์ ผจญภัยในถิ่นทุรกันดาร และดูนกเป็นต้น ซึ่งมีสถานที่ท้องเที่ยวให้เราเลือกมากมาย

วาฬตัวใหญ่โผล่พ้นผิวน้ำพร้อมครีบหน้าในทะเล โดยมีเรือขนาดใหญ่แล่นอยู่เบื้องหลังและภูเขาหิมะเป็นฉากหลัง

Bartlett Cove

อ่าวขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอุทยานแห่งชาติ และตั้งอยู่บนชายฝั่งของ Glacier Bay ใกล้กับปากอ่าวที่บรรจบกับอ่าวอลาสก้า Bartlett Cove เป็นพื้นที่เพียงแห่งเดียวของอุทยาน และยังเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหลัก และสำนักงานใหญ่ของอุทยานอีกด้วย

โดยอ่าวนี้ตั้งชื่อตามฟรานซิส บาร์ตเลตต์ (Francis Bartlett) นักสำรวจคนแรกที่มาเยือนอ่าวกลาเซียร์ในปลายศตวรรษที่ 19 ปัจจุบัน Bartlett Cove

Forest Loop

เส้นทางเดินป่าที่ค่อนข้างสั้น มีความยาวประมาณ 2.4 กิโลเมตร ถือเป็นการเดินป่าที่ง่าย เส้นทางนี้จะพาไปยัง Bartlett Cove

นกอินทรีหัวขาวกำลังบินเหนือผิวน้ำ โดยมีแนวเทือกเขาและท้องฟ้าเป็นฉากหลัง

Margerie Glacier

ธารน้ำแข็งที่เรียกได้ว่าอยู่ในน้ำเค็มด้วย มีต้นกําเนิดอยู่ที่ Fairweather Mountain Ranger ห่างประมาณ 21 ไมล์ ในระดับความสูงที่สูงกว่า 9000 ฟุต เนื่องจากมีหิมะตกมากมายในภูเขา และมีความลาดชัน ทำให้ธารน้ําแข็ง Margerie Glacier จึงไหลค่อนข้างเร็ว คาดว่าจะไหลประมาณ 2000 ฟุตต่อปี หรือประมาณ 6 ฟุตต่อวัน

หน้าผาธารน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนทอดยาวติดกับผิวน้ำสีเขียวขุ่น โดยมีภูเขาหินสีเข้มปกคลุมด้วยหิมะตั้งอยู่เบื้องหลังภายใต้ท้องฟ้าสีน้ำเงิน

White Thunder Ridge

สันเขาตั้งอยู่ในส่วนตะวันตกของอุทยาน และทอดยาวขนานไปกับชายฝั่ง กั้นระหว่าง Tarr Inlet และ Brady Glacier นักท่องเที่ยวสามารถปีนเขา และนักเล่นสกีได้

Johns Hopkins Glacier

ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ยาวกว่า 12 ไมล์ธารน้ำแข็งนี้ตั้งชื่อตามมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ซึ่งสนับสนุนการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นักท่องเที่ยวสามารถชมธารน้ำแข็งได้อย่างใกล้ชิดโดยทัวร์ทางเรือหรือเรือคายัค ซึ่งบริเวณรอบๆ ธารน้ำแข็ง Johns Hopkins เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด เช่น หมีดำ สิงโตทะเล แพะภูเขา และวาฬ อีกด้วย

เรือสำราญลำหนึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง โดยมีเทือกเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะและธารน้ำแข็งทอดยาวอยู่เบื้องหลัง

ล่องเรือสำรวจ

กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถสำรวจความงามของภูเขา และธารน้ำแข็งของอุทยานได้จากเรือสำราญที่แสนสบาย ซึ่งสามารถจองตั๋วเรือสำราญได้หลากหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางแรกจะพาคุณไปยัง Margerie Glacier และ John Hopkins Glacier เส้นทางที่สองจะพาคุณไปที่ Lamplugh Glacier และเส้นทางสุดท้ายจะพาคุณไปยัง Bartlett Cove

มุมมองจากบนเลื่อนสุนัขที่ลากโดยสุนัขหลายตัววิ่งบนทางหิมะกว้าง ขนาบข้างด้วยป่าสนและแสงแดดส่องจ้าในท้องฟ้าสีฟ้า

ถ้าใครสนใจไปเยือนอลาสก้า (Alaska) เราก็มีทัวร์ล่องเรืออันแสนหรูหราสามารถเช้าชมได้ที่นี่ หรือถ้าใครอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร  โดยเราจะนำความรู้ดีๆ สาระดีๆ หรือประวัติศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ มาบอกเล่าเรื่องราวให้ได้อ่านกัน สามารถติดตาม หมอๆ ตะลุยโลก และPatourlogy  หรือถ้าใครต้องการท่องเที่ยวแบบเป็นกรุ๊ปส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นอกกระแส ขั้วโลกเหนือยังขั้วโลกใต้ ที่ประทับใจยันโลกหน้า สามารถติดต่อทาง Facebookและ Line ได้เลย เรายินดีพร้อมบริการทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

เรือสำราญสีขาวลำใหญ่ที่มีผู้โดยสารยืนชมทิวทัศน์ลอยอยู่บนผิวน้ำสีเข้ม โดยมีสัตว์ทะเลขนาดใหญ่โผล่ส่วนหลังขึ้นมาจากน้ำอยู่ด้านหน้า

อ้างอิงบทความ

ภูเขาหินที่มีหิมะปกคลุมตั้งอยู่ริมทะเลสาบสีฟ้าที่สะท้อนเงาของยอดเขาอย่างชัดเจน