เชื่อว่าหากเอ่ยถึง ประเทศเฮติ (Haiti) หลายคนคงมีภาพจำแง่ลบไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ หรือการเมืองไร้เสถียรภาพในอดีต อย่างไรก็ตาม หากกล่าวถึงในแง่ของการท่องเที่ยว เฮติถือเป็นไข่มุกเม็ดงามแห่งทะเลแคริบเบียนเลยก็ว่าได้

ประเทศขนาดเล็กแห่งนี้ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยมีพรมแดนทิศตะวันออกติดกับสาธารณรัฐโดมินิกัน ในขณะที่ทิศตะวันตกและทิศใต้ล้อมรอบด้วยทะเลแคริบเบียนสีฟ้าใส

เฮติเป็นประเทศที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่รอให้คุณมาสัมผัส และในวันนี้ ทีมงานพาทัวร์โลจี้จะพาคุณมารู้จักกับประเทศเฮติว่าจะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ถ้าพร้อมแล้วละก็ มารับชมกันได้เลย!

ดินแดนแห่งผืนน้ำและหาดทราย

เนื่องจากเฮติเป็นประเทศที่ล้อมรอบด้วยทะเลแทบทุกทิศ มนตร์เสน่ห์ของดินแดนนี้จึงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากหาดทรายสีขาวและท้องน้ำสีครามใส เฮติมีชายหาดที่ตั้งรีสอร์ทสุดหรูมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หาดวาฮู (Wahoo Bay Beach) สถานที่ฮันนีมูนสุดฮิตไม่ไกลจากเมืองหลวง ปอร์โตแพรงซ์ (Port-Au-Prince) หาด ปอร์ต ซาลูต์ (Port Salut) จุดชมพระอาทิตย์ตกดินแสนโรแมนติกทางตอนใต้ หรือหากใครเป็นสายปาร์ตี้ชายหาด ต้องอย่าพลาดหาดชัคเมล (Jacmel Beach) ที่เป็นสถานที่จัดงานอีเวนท์สำคัญของประเทศ

นอกจากชาดหาดแล้ว สายล่องเรือและเล่นกีฬาทางน้ำคงต้องร้องว้าวถ้าได้รู้ว่า เฮติมีเกาะต่างๆ ให้เที่ยวชมถึง 59 เกาะด้วยกัน รับรองว่าหากใครได้มาแวะพักร้อนริมหาดทรายในเฮติละก็ จะต้องติดใจจนกลับมาซ้ำรอบสองแน่ๆ

หาดทรายสีขาวทอดยาวติดกับทะเลสีฟ้าอมเขียว มีคลื่นซัดเข้าฝั่ง และมีเนินเขาปกคลุมด้วยต้นไม้สีเขียวตั้งอยู่ด้านขวา
ดินแดนแห่งผืนน้ำและหาดทราย

ที่ตั้งเกาะโจรสลัดในตำนาน

เชื่อว่าใครหลายคนคงชื่นชอบกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ในภาพยนตร์โจรสลัดสุดฮิต “คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก (Pirates of the Caribbean)” แต่ใครเลยจะรู้ว่า สถานที่ที่ปรากฏในภาพยนตร์อย่าง เกาะทอร์ทูกา (Tortuga Island) มีที่ตั้งอยู่ในประเทศเฮตินี้เอง เกาะนี้มีชื่อในภาษาท้องถิ่นว่า อีลเดอลาตอร์ตู (Île de la Tortue) ที่มีความหมายว่า “เกาะเต่า” เนื่องจากรูปร่างของเกาะที่มีภูเขาตรงกลางดูเหมือนกระดองเต่า

ในอดีตทอร์ทูกามีชื่อเสียงในฐานะสถานที่ซ่องสุมโจรสลัดและกลุ่มคนนอกกฎหมาย นักท่องเที่ยวมากมายจึงนิยมเดินทางมาที่นี่เพื่อสัมผัสบรรยากาศดินแดนโจรสลัดในอดีต

ปัจจุบันทอร์ทูกาเปิดให้ผู้มาเยือนได้เยี่ยมชม ซึ่งจะมีเรือโดยสารท่าปอร์เดอพรีซ์ (Port – de – Prix) พาคุณไปยังชายหาดและจุดตกปลาบนเกาะ นอกจากหาดทรายงดงามและกีฬาทางน้ำแล้ว หากคุณเป็นหนึ่งในแฟนโจรสลัดละก็ บนเกาะยังมีป้อมปราการและสิ่งปลูกสร้างโบราณให้คุณได้สำรวจ เรียกได้ว่าครบเครื่องเรื่องท่องเที่ยวบนเกาะเดียว

ภาพมุมสูงของเกาะทอร์ทูกา (Tortuga Island) ที่ปกคลุมด้วยป่าไม้สีเขียว มีหาดทรายสีขาวและน้ำทะเลสีฟ้าคราม
เกาะทอร์ทูกา (Tortuga Island)

โคลัมบัสเคยขึ้นฝั่งที่เฮติ

ทุกคนคงเคยคุ้นกับการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจชาวอิตาเลียนที่ค้นพบทวีปอเมริกาในปีค.ศ. 1492 ทว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ก่อนจะขึ้นฝั่งที่โลกใหม่ โคลัมบัสเคยเดินทางผ่านหมู่เกาะแคริบเบียนมาก่อน

ในวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1492 คณะสำรวจของโคลัมบัสได้ขึ้นฝั่งที่โมลแซงต์นิโกลาส์ (Môle – Saint – Nicolas) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเฮติ ถือเป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่มาเยือนเฮติเลยก็ว่าได้

ต้นกำเนิดบาร์บีคิว

แน่นอนว่าใครๆ ก็รู้จักบาร์บีคิว (Barbecue) อาหารปิ้งย่างยอดฮิตที่คนทั่วโลกต่างติดใจ ทว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่า ต้นกำเนิดเมนูนี้อยู่ที่ประเทศเฮตินี่เอง แท้จริงแล้วบาร์บีคิวเป็นอาหารของชาวไทโน (Taíno) ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยในดินแดนนี้ โดยมีชื่อเรียกว่าบาราบิกู (Barabicu) ที่มีความหมายว่า โครงไม้ที่ตั้งบนเสา

ชาวไทโนนำเนื้อสัตว์ที่ล่าได้มาย่างบนเตาไม้ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อให้เนื้อสุกได้ที่และมีกลิ่นควันไม้หอมอบอวล เมื่อครั้งที่เหล่าผู้พิชิต (Conquistador) ชาวสเปนขึ้นฝั่งบนเกาะนี้ พวกเขาได้รู้จักอาหารเลิศรสของคนพื้นเมือง ชาวสเปนจึงเรียกอาหารที่มีกรรมวิธีการทำแบบเดียวกันว่า บาร์บาโกอา (Barbacoa) ที่กลายมาเป็นรากศัพท์ของคำว่าบาร์บีคิวในภาษาอังกฤษนั่นเอง

เนื้อย่างชิ้นหนาพร้อมขนมปังและซอสในถ้วยเล็ก วางบนกระดาษลายตารางสีเขียว-ขาว
บาร์บีคิว (Barbecue)

ประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิ

แม้ว่าในปัจจุบัน ทั่วโลกจะรู้จักเฮติในฐานะประเทศยากจนในภูมิภาคแคริบเบียน ทว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ในอดีตกาลเนิ่นนานมา เฮติมีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจเช่นเดียวกับชาติอื่นๆ ในโลก ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เฮติเคยเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า แซงต์โดแมงก์ (Saint – Domingue) แซงต์โดแมงก์เป็นดินแดนที่ทำกำไรอย่างงามให้กับประเทศแม่ในยุโรป เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกอ้อยอันดับต้นๆ ของโลก

ทว่าในสมัยนั้น เกษตรกรรมในโลกใหม่เติบโตได้ด้วยแรงงานทาส ชาวฝรั่งเศสนำทาสผิวดำมาจากทวีปแอฟริกามาใช้แรงงานบนเกาะ สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและการทำงานหนักทำให้เหล่าทาสล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ในที่สุดเมื่อสถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดแตกหักปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ทาสผิวดำจึงลุกขึ้นมาก่อกบฏปลดแอกตนจากคนขาว

เฮติได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1804 นับเป็นประเทศเดียวในโลกที่กบฏทาสประสบความสำเร็จจนสามารถสร้างชาติเป็นปึกแผ่นได้ ชาวเฮติจึงถือว่าวันที่ 1 มกราคมของทุกปีเป็นวันเฉลิมฉลองการได้รับเอกราชที่น่าภาคภูมิใจของบรรพบุรุษ

ภาพวาดสีน้ำมันแสดงฉากการต่อสู้ของทหารสองฝ่ายบนเนินเขา มีต้นไม้ใหญ่เป็นจุดศูนย์กลาง และฉากหลังเป็นทะเลกับภูเขา
การต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวเฮติ

ผู้คนที่เป็นมิตร

หนึ่งในเรื่องที่ควรทำเมื่อมาเยือนดินแดนใหม่คือการผูกมิตรกับคนท้องถิ่น ซึ่งชาวเฮติเองก็ขึ้นชื่อเรื่องการต้อนรับแขกผู้มาเยือนเป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีภาษาราชการคือภาษาฝรั่งเศส แต่ชาวเฮติส่วนมากนิยมพูดภาษาครีโอล (Haitian Creole) ที่ดัดแปลงจากภาษาฝรั่งเศสอีกที

แนะนำว่าหากต้องการสนทนากับชาวเฮติละก็ ควรศึกษาภาษาครีโอลมาสักนิด เช่นเดียวกับเวลาที่เราเห็นคนต่างชาติพูดภาษาไทย ชาวเฮติก็เอ็นดูคนต่างถิ่นที่กล้าพูดภาษาของพวกเขาเช่นเดียวกัน และไม่ต้องกังวลหากมีคนท้องถิ่นเข้ามาขอถ่ายรูป นั่นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเฮติ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชาวเฮติจะมีความเป็นมิตร แต่อย่าลืมระมัดระวังตัวทุกครั้งเมื่อออกจากที่พักเพื่อเดินทางไปที่ใด เฮติอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเอาไว้ก่อนจะเกิดเหตุใดๆ ที่ทำให้ต้องเสียใจภายหลัง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเกร็ดความรู้น่าสนใจเกี่ยวกับประเทศเฮติ เชื่อว่าใครหลายคนคงจะเปลี่ยนมุมมองที่เคยมีกับประเทศเล็กๆ แห่งนี้ไปไม่น้อย นอกจากเรื่องต่างๆ ที่แนะนำไปแล้ว เฮติยังมีความน่าสนใจอีกมากมายที่ชวนให้คุณมาค้นหา และหากใครสนใจใช้เวลาช่วงวันหยุดในเฮติและกลุ่มประเทศแคริบเบียนละก็ ติดต่อเราได้ที่ www.patourlogy.com ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสุขกับทริปในฝันของคุณและคนที่คุณรัก

กลุ่มเด็กนักเรียนจำนวนมากในชุดนักเรียนสีเหลืองและสีน้ำเงินยืนเบียดกันอยู่ใกล้ๆ กัน โดยเด็กหลายคนกำลังยิ้มและทำหน้าตลกใส่กล้อง
เด็กๆชาวเฮติกับบรรยากาศที่เป็นมิตร

อ้างอิง