PATOURLOGY JOURNEY / อิตาลี · ฝรั่งเศส

อิตาลี - ฝรั่งเศสตอนใต้ ทุ่งลาเวนเดอร์ โพรวองส์

10 วัน · อิตาลี · ฝรั่งเศส

ยังไม่กำหนดระดับ

แผนเดินทางเผยแพร่เพื่ออ่านรายละเอียด · ยังไม่เปิดรับจอง

อิตาลี - ฝรั่งเศสตอนใต้ ทุ่งลาเวนเดอร์ โพรวองส์

THE JOURNEY

เส้นทางโดยสังเขป

ทัวร์อิตาลี ทัวร์ฝรั่งเศสตอนใต้ ทุ่งลาเวนเดอร์ โพรวองส์ เยือนราชาอาณาจักรโมนาโค หมู่บ้านคาสเทลแลงน์ ช่องแคบแวร์ดง เทือกเขาลูเบอรอง (Luberon)

รอบเดินทาง

ดูรายละเอียด ↗
รอบเดินทางยังอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูล

JOURNEY HIGHLIGHTS

ไฮไลท์ของเส้นทาง

ทุ่งลาเวนเดอร์ Valensole
01 / HIGHLIGHT

ทุ่งลาเวนเดอร์แคว้นโพรวองซ์

เดินทางผ่านนีส คานส์ และกราสส์ ก่อนเข้าสู่เขตวาลองโซลในแคว้นโพรวองซ์

Mont Blanc ใกล้ Chamonix
02 / HIGHLIGHT

ยอดเขามงบล็อง

ไปยัง สถานีกระเช้าไฟฟ้าเอกุยย์ดูมีดี (Aiguilledu Midi) ที่สูงถึง 3,842 เมตร ที่สามารถรับชมความสวยงามของทัศนียภาพได้โดยรอบในมุมสูงของเมืองชาโมนิกซ์ ต่อด้วยข้ามสะพานลอยเพื่อขึ้นลิฟท์ไปยัง…

ฝรั่งเศสตอนใต้
03 / HIGHLIGHT

ฝรั่งเศสตอนใต้

เที่ยวฝรั่งเศสตอนใต้ ผ่านแคว้นโพรวองซ์และเส้นทางเทือกเขาแอลป์

DAY BY DAY

โปรแกรมรายวัน

ตามเส้นทางผ่านภาพ สถานที่ และรายละเอียดแต่ละวัน พร้อมที่พัก กิจกรรม และอาหาร

ดูตารางสรุป 10 วัน

วันที่ 1Bangkok → Vienna

กรุงเทพ - เวียนนา (Vienna)

  • 19.00 น. นัดหมายพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว Q เคาท์เตอร์ สายการบินเอธิฮัด (EY) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้บริการ
  • 23.40 น. เดินทางสู่ กรุงเวียนนา ด้วยสายการบิน Austrian Airline OS26 (ระยะเวลาบิน 10 ชั่วโมง 55 นาที)
ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 2Vienna → Milan → Lake Como

เวียนนา (Vienna) - มิลาน (Milan) - ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) ***นั่งรถทั้งหมด 80 กม.***

  • 05.35 น. เดินทางถึง กรุงเวียนนา
  • พักเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมง 30 นาที
  • 08.05 น. ออกเดินทางสู่ มิลาน (Milan) เที่ยวบินที่ Austrian Airline OS 511 (ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 25 นาที)
  • 09.30 น. ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติมาเพนซ่า (Malpensa International Airport) ประเทศอิตาลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
  • นำทุกท่านออกเดินทางไปยัง ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใน แคว้นลอมบาร์เดีย (Lombardy) ไม่ไกลจาก เมืองมิลาน (Milan) เท่าใดนัก ด้วยความยาวโดยรอบถึง 160 กิโลเมตร บวกกับพื้นที่รอบๆ ทะเลสาบถึง 146 ตารางกิโลเมตร จึงทำให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศอิตาลี แถมยังพ่วงตำแหน่งทะเลสาบที่ลึกที่สุดเป็นอันดับ 5 ในยุโรปด้วยความลึกกว่า 400 เมตรอีกต่างหาก (ระยะทาง 80 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง)
  • ชม เมือง Bellagio เมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งทะเลสาบโคโม่” เนื่องจากตั้งอยู่ตรงระหว่างแขนของตัว Y จึงทำให้เห็นทัศนียภาพของ เทือกเขาแอลป์ทางทิศเหนือได้อย่างชัดเจน อีกทั้งภายในเมืองก็เต็มไปด้วยวิลล่าสวยๆ อย่าง Villa Serbelloni โรงแรมสุดหรูที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ซึ่งจะเปิดให้แขกของทางโรงแรมได้เข้าไปชมความสวยงามด้านในวิลล่าเท่านั้น แต่ถ้าใครอยากจะเดินชมสวนพฤกษศาสตร์ของโรงแรมก็สามารถจองล่วงหน้าก่อนเข้าชมได้
  • รับประทานอาหารกลางวัน
  • ตอนบ่ายๆ จะนำทุกท่านไปเดินย่อยอาหารกันต่อที่ Giardini di Villa Melzi ที่อยู่อาศัยของ Francesco Melzi d’Eril ดยุคแห่ง Lodi ที่สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1808 ถึง 1810 ค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คือสวนญี่ปุ่นที่มีพันธุ์ไม้และดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงบ่อปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศราวกับยกเอาสวนญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่เลยค่ะ ยิ่งถ้าไปเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ภายในสวนจะผลัดใบเป็นสีแดง สีส้ม สีเหลือง ตัดกับสายน้ำสีฟ้าของทะเลสาบได้อย่างลงตัวสุดๆ
  • จากนั้นไปกันต่อที่ Salita Serbelloni Street ถนนคนเดินสายหลักที่ใครๆ ก็ต้องมาชมบรรยากาศสุดน่ารักของเมือง Bellagio ริมถนนทั้งสองด้านจะมีร้านค้าขายของที่ระลึก ทั้งงานแฮนด์เมด งานศิลปะต่างๆ เยอะแยะเต็มไปด้วย แถมยังมีร้านอาหาร ร้านไอติม และร้านขนมให้เราได้แวะเวียนเข้าไปชิมของอร่อยอย่างไม่ขาดสาย
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 3Lake Como

ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como)

  • เรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • เช้านี้จะนำทุกท่านเดินทางไปเยือน เมือง Varenna เนื่องด้วยเมืองนี้มีความสวยงามอย่างมากซึ่งไม่แพ้เมืองใดเลยเช่นกัน ยิ่งถ้าได้ไปชม Villa Monastero ก็ต้องทึ่งกับบรรยากาศสุดโรแมนติกจากระเบียงของสวนแห่งนี้อย่างแน่นอน เพราะวิวทะเลสาบสวยมากกก แถมยังเป็นโลเคชั่นที่ถ่ายรูปสวยสุดๆ ใครอยากได้ช็อตสวยๆ ดูแพงก็ต้องมาเที่ยวที่นี่เลย แค่นั้นยังไม่พอ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ The House Museum พิพิธภัณฑ์ที่อบอวลไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากคฤหาสน์หลังนี้เคยเปลี่ยนเจ้าของมาหลายอายุคน จึงทำให้ได้เห็นความแตกต่างของศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละยุคสมัย
  • จากนั้นจะพาทุกท่านไปชม โบสถ์ San Giorgio ซึ่งเป็นโบสถ์ประจําตําบลของ San Giorgio ได้รับการถวายในปี ค.ศ. 1313 เป็นผลงานชิ้นเอกขนาดเล็กของสถาปัตยกรรมลอมบาร์ดในศตวรรษที่ 14 ตั้งอยู่ในจัตุรัสหลักมีทางเดินและทางเดินสองทางที่ประดับประดาด้วยหน้าต่างกุหลาบและจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงถึงนักบุญคริสโตเฟอร์ แท่นบูชาแบบบาโรกที่มีหินอ่อนสีดําและสีแดงเปิดตัวในปี พ.ศ. 1822 พื้นทําด้วยหินอ่อนสีดําของวาเรนนาจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามประดับประดาด้านในของโบสถ์:
  • รับประทานอาหารกลางวัน
  • ใบตอนบ่ายจะพาทุกท่านไปยัง The Castello di Vezio เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Varenna และ Perledo ทางตอนเหนือของอิตาลี โดดเด่นในหอคอยหลักด้วยสี่เหลี่ยมจัตุรัส Merlons คล้ายกับปราสาท Cly ใน Aosta Valley มันบัญชาการทะเลสาบโคโม ครั้งหนึ่งเคยเชื่อมต่อกันด้วยกําแพงกับหมู่บ้านวาเรนนาด้านล่าง
  • รับประทานอาหารเย็นวันนี้ จะพาทุกท่านไปยัง Verenna’s Walk of Lovers ทางเดินเท้าสั้น ๆ ที่ยื่นออกมาเหนือน้ำในวาเรนนา เราจะสามารถมองเห็น ภูเขา และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีบ้านสีสันสดใสตั้งอยู่บนเชิงหน้าผาซึ่งสวมมงกุฎอยู่ด้านบนโดย Castello di Vezio
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 4Lake Como → San Remo

ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) - ซานเรโม่ (San Remo) ***นั่งรถทั้งหมด 320 กม.***

  • รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • เดินทางสู่ เมืองเจนัว (Genoa) (ระยะทาง 180 กิโลเมตร) หนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของอิตาลี เมืองท่าสำคัญริมฝั่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางฝั่งตะวันตกของอิตาลี ชมเมืองเจนัว บริเวณย่านศูนย์กลางที่เรียกว่า เปียซซ่า เดย์ เฟร์รารี่ บริเวณที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ชาวยุโรปคนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา เคยอาศัยอยู่ตอนเด็ก ชมย่านเมืองเก่าอาคารบ้านเรือนแบบสถาปัตยกรรมชาวโรมัน อายุมากกว่า 500 ปี
  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • เดินทางสู่ เมืองซานเรโม่ (San Remo) (ระยะทาง 140 กิโลเมตร) เมืองริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เต็มไปด้วยโบสถ์สไตล์รัสเซียนที่สร้างในช่วงปี 1900 รวมถึงมีแหล่งคาสิโนที่ลักษณะคล้ายพระราชวังสีขาว เมืองท่าที่บริเวณท่ารเือท่านจะสามารถเห็นเรือยอร์จอดเรียงรายกันนับไม่ถ้วน บรรยากาศเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แนะนำให้ท่านได้ลิ้มลองไอศกรีมเจลาโต (Gelato) ไอศกรีมขึ้นชื่อของอิตาลีที่เต็มด้วยความอร่อยเข้มข้น
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 5San Remo → Monte Carlo → Nice

ซานเรโม่ (San Remo) - มองเต คาร์โล (Monte Carlo) - นีส (Nice) ***นั่งรถทั้งหมด 70 กม.***

  • รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • เดินทางสู่ เมืองมองเต คาร์โล (Monte Carlo) (ระยะทาง 45 กิโลเมตร)
  • แวะถ่ายภาพกับ ปาเล เดอ แปรงซ์ (Palais De Princes) ปราสาทที่ประทับของราชวงศ์
  • แวะถ่ายภาพกับ คาสิโนแห่งมองเต คาร์โล
  • จากนั้นนำท่าน ชม เมืองโมนาโค เมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเล ผ่านมหาวิหารเซนต์นิโคลัส ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1875 ที่เคยใช้จัดงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงเกรซ เคลลี ราชธิดาแห่งโมนาโค
  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • เดินทางสู่ เมืองนีส (Nice) (ระยะทาง 25 กิโลเมตร) หรือนิยมเรียกกันว่า "เฟรนช์ ริเวียร่า" เมืองตากอากาศที่มีชายทะเลที่สวยงาม จนเป็นที่นิยมของชาวอังกฤษและยุโรปมาตั้งแต่สมัยวิคทอเรีย
  • อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง บริเวณจัตุรัสมาสเซนา (Place Massena) และ ถนนพรอมเมอนาร์ด เดส์ อังเกลส์ (Promenade Des Anglais) ซึ่งอาจแปลว่า “ทางเดินของคนอังกฤษ”
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก

West End Nice · เสนอไว้ · หรือเทียบเท่า · รอยืนยัน

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 6Nice → Cannes → Grasse → Castellane → Valensole

นีส (Nice) - คานส์ (Cannes) - กราสส์ (Grasse) - คาสเทลแลงน์ (Castellane) - วาลองโซล (Valensole) ***นั่งรถทั้งหมด 180 กม.***

  • รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • ชม เมืองนีส เมืองแห่งสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม เมืองแห่งนี้มีแหล่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์ ร้านเสื้อผ้า ตลาดกลางแจ้ง ภัตตาคาร อันเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ถ่ายภาพกับโบสถ์นอร์ทเทรอดามของเมืองนีส (Basilque Notre-Dame De Nice) โบสถ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง
  • เดินทางสู่ เมืองคานส์ (Cannes) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆชายทะเลที่มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี ที่มักใช้สถานที่ในการประกวดภาพยนตร์นานาชาติ แวะถ่ายภาพที่ระลึกที่ Palais Des Festivals สถานที่จัดงานประกวดภาพยนตร์ และศูนย์ประชุมนานาชาติ ที่โดยรอบอาคารจะมีรอยประทับฝ่ามือของบรรดาเหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียง
  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • เดินทางต่อสู่ เมืองกราสส์ (Grasse) (ระยะทาง 20 กิโลเมตร) เมืองที่มีชื่อเสียงทางการผลิตน้ำหอม เมืองนี้เต็มไปด้วยดอกไม้หอมนานาพันธุ์ที่จะกลายมาเป็นหัวน้ำหอม ชมโรงงานผลิตน้ำหอม ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ชมกระบวนการผลิตน้ำหอมด้วยการสกัด การกลั่นน้ำหอม นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของการผลิตน้ำหอม คอลเล็กชั่นขวดน้ำหอม เป็นต้น
  • มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านคาสเทลแลงน์ (Castellane) (ระยะทาง 65 กิโลเมตร) หมู่บ้านที่เป็นปากประตูสู่ ช่องแคบแวร์ดง สถาปัตยกรรมมยุคโบราณและยุคกลางสไตล์โกธิคและโรมัน
  • ผ่าน ช่องแคบแวร์ดง (Les Gorges Du verdon) ที่รู้จักกันดีในนาม Grand Canyon ของฝรั่งเศส สถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นอีกสถานที่ที่สวยที่สุดในยุโรปอันเกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติ ที่มีความลึกมากกว่า 300-700 เมตร การกัดเซาะจากความแรงของน้ำก่อเกิดเป็นร่องยาวกว่า 25 กิโลเมตร จนกลายเป็นช่องแคบระหว่างเขาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
  • เดินทางสู่ เมืองวาลองโซล (Valensole) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับทุ่งลาเวนเดอร์กว้างใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ที่จะทำให้คุณล่องลอยเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 7Valensole → Manosque → Sault → Gordes

วาลองโซล (Valensole) - มาโนสก์ (Manosque) - โซล์ท (Sault) - กอร์ด (Gordes) ***นั่งรถทั้งหมด 120 กม.***

  • รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • เดินทางต่อสู่ เมืองมาโนสก์ (Manosque) (ระยะทาง 20 กิโลเมตร) ที่ตั้งของโรงงานผลิตสินค้าชื่อดัง L’occitane en provence ที่ส่งขายไปยัง 85 ประเทศทั่วโลก และ มีร้านค้ากว่า 900 ร้าน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าตาอัธนาศัย
  • ไปต่อยัง หมู่บ้านโซล์ท (Sault) (ระยะทาง 65 กิโลเมตร) หมู่บ้านที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนเนินสูงที่จะทำให้สามารถชมวิวทิวทัศน์สวยๆของโพรว๊องซ์จากมุมสูงได้
  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • เทือกเขาลูเบอรอง (Luberon) คือชื่อของอุทยานแห่งชาติที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้กำหนดขึ้นในปี ค.ศ. 1977 เพื่อรักษามรดกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม อุทยานแห่งชาติลูเบอรอง ตั้งอยู่ใจกลางของรัฐโปรวองซ์ (Provence) มีพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ในหุบเขาทางเหนือและทางใต้ มีเมืองเล็กเมืองน้อย และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางเกษตรกรรม เมืองแต่ละเมืองในลูเบอรองจะอยู่บนหน้าผา แต่ละเมืองมีอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 700 ปี และมีท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยลาเวนเดอร์ ดอกไม้สีม่วงที่มีกลิ่นหอมอันเป็นสัญลักษณ์ของเขตโพรวองซ์
  • หมู่บ้านกอร์ด (Gordes) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร) แหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียง เมืองนี้สร้างบ้านเรือนตามไหล่เขา ตามแบบสถาปัตยพรรมแบบดั้งเดิมของโพรวองซ์ ไม่ไกลจากหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหิน อายุกว่า 6,000 ปี (Le village des Bories) ที่สร้างจากการน่าหินมาวางเรียงกันโดยไม่ได้ใช้วัสดุเชื่อม สร้างความประหลาดใจให้ผู้มาเยือน หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีได้รับคัดเลือกให้เป็น หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส อีกด้วย
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก

Le Palais d’Aglaé · เสนอไว้ · หรือเทียบเท่า · รอยืนยัน

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 8Gordes → Grenoble → Chamonix

กอร์ด (Gordes) - เกรอนอบ (Grenoble) - ชาโมนิกซ์ (Chamonix) ***นั่งรถทั้งหมด 455 กม.***

  • รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • เดินทางสู่ เมืองเกรอนอบ (Grenoble) (ระยะทาง 250 กิโลเมตร) เมืองศูนย์กลางของเฟรนช์แอลป์ เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ และเป็นแหล่งเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีก ผ่าน สุสานเซนต์ รอซ (Saint Roch Cemetery) สุสานที่สร้างขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและยังมีบุคคลสำคัญถูกฝังในสุสานแห่งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ภายในสุสานยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ของเซนต์ รอซ โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1826 โดยสร้างขึ้นเพื่อแทนที่วิหารเก่าที่มีชื่อเดียวกันอีกด้วย
  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • ไปต่อกันที่ เมืองชาโมนิกซ์ (Chamonix) (ระยะทาง 205 กิโลเมตร) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังเมืองพักตากอากาศที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ และประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมืองนี้รายล้อมไปด้วยภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปีจึงเป็นที่นิยมของคนฝรั่งเศส
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก

Lykke Hôtel & Spa · เสนอไว้ · หรือเทียบเท่า · รอยืนยัน

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 9Chamonix → Geneva

ชาโมนิกซ์ (Chamonix) - ยอดเขามองบลองก์ - เจนีวา (Geneva)

  • รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • ไปยัง สถานีกระเช้าไฟฟ้าเอกุยย์ดูมีดี (Aiguilledu Midi) ที่สูงถึง 3,842 เมตร ที่สามารถรับชมความสวยงามของทัศนียภาพได้โดยรอบในมุมสูงของเมืองชาโมนิกซ์ ต่อด้วยข้ามสะพานลอยเพื่อขึ้นลิฟท์ไปยัง ชมยอดเขามองบลองก์ ถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป
  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • เดินทางสู่ เจนีวา (Geneva) (ระยะทาง 80 กิโลเมตร) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ เที่ยวชมบ้านเมืองที่ได้รับตำแหน่งมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมที่องค์การยูเนสโก ชมมาร์คกาสเซ ย่านเมืองเก่าที่มีอาคารอายุหลายร้อยปี ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย โดยเฉพาะร้านดอกไม้ เสื้อผ้า หรืออย่าง ถนนครัมกาสเซ ถนนสายศิลปะที่เต็มไปด้วยร้านภาพวาด ภาพถ่าย แวะถ่ายภาพกับนาฬิกา ไซ้ท์ กล็อคเค่น อายุ 800 ปี ที่ทุกชั่วโมงจะมีการแสดงโชว์
  • 15.00 น. เดินทางสู่ ท่าอากาศยานเมืองเจนีวา (Geneva) เพื่อเดินทางกลับสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ
  • ***อาหารเย็น รับประทานตามอัธยาศัยภายในสนามบิน***
  • 20.00 น. ออกเดินทางสู่ เวียนนา โดย Austrian Airline OS 8814 ระยะเวลาบิน 1 ชั่วโมง 35 นาที
  • 21.35 น. เดินทางถึง กรุงเวียนนา
  • พักเปลี่ยนเครื่อง 1 ชั่วโมง 50 นาที
  • 23.25 น. เดินทางกลับ กรุงเทพ โดย Austrian Airline OS 25 ระยะเวลาบิน 10 ชั่วโมง 15 นาที
ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 10Bangkok

กรุงเทพ

  • 14.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

TRACE THE JOURNEY

แผนที่เส้นทาง

เลือกวันเดินทางเพื่อสำรวจจุดแวะในโปรแกรม

หมุดแสดงพื้นที่หลัก · เลือกวันเพื่อซูมดูเมืองย่อย

กำลังเปิดแผนที่…

ภาพรวม 2 วัน / 1 พื้นที่หลัก

ภาพรวมรวมเมืองที่อยู่ใกล้กันเป็นพื้นที่หลักเพื่อให้อ่านง่าย เลือกวันในรายการเพื่อดูเมืองย่อย หมุดเป็นพิกัดอ้างอิงของเมือง ไม่ใช่จุดนัดหมาย และเส้นประบอกลำดับการเดินทาง ไม่ใช่แนวบินหรือเส้นทางขับรถจริง

พิกัดและแหล่งอ้างอิงของหมุด

STAY & EXPERIENCE

ที่พักและกิจกรรมระหว่างทาง

ACCOMMODATION

West End Nice

Nice

โรงแรมเก่าแก่บน Promenade des Anglais ริมทะเลเมือง Nice

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

Hôtel West End ตั้งอยู่บนถนน Promenade des Anglais เมือง Nice ในอาคารสถาปัตยกรรมยุค Belle Époque ที่เปิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 มีห้องพัก ห้องอาหาร และบาร์

Promenade des Anglais เมือง Nice ประเทศฝรั่งเศส

ACCOMMODATION

Le Palais d’Aglaé

Gordes

โรงแรมบนเนินหมู่บ้าน Gordes ในแคว้นโพรวองส์

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

Le Palais d’Aglaé ตั้งอยู่บน Route de Murs ที่ Gordes มีห้องพัก สวน สระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อน โรงแรมนี้ตรงกับชื่อเดิมที่สะกดคลาดเคลื่อนในแผนทริปซึ่งจบวันที่ Gordes

Route de Murs, 84220 Gordes ประเทศฝรั่งเศส

ACCOMMODATION

Lykke Hôtel & Spa

Chamonix

โรงแรมในชาโมนีซ์ใกล้เทือกเขามงบล็อง เดิมชื่อ Mercure Chamonix Centre

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

Lykke Hôtel & Spa เป็นโรงแรมเดิมของ Mercure Chamonix Centre มีห้องพักหลายประเภท บางห้องมองเห็นแนวเขามงบล็อง โรงแรมมีห้องอาหาร Kaffe & Kro และพื้นที่สปา

39 rue des Allobroges, 74400 Chamonix Mont-Blanc ประเทศฝรั่งเศส

DATES & DETAILS

เลือกรอบที่เหมาะกับคุณ

แผนนี้ยังไม่เปิดรับจอง

JOURNEY DETAILS

บริการและเงื่อนไข

บริการที่รวม

ยังไม่ได้ระบุในแผนเผยแพร่

บริการที่ไม่รวม

ยังไม่ได้ระบุในแผนเผยแพร่

เงื่อนไข

ยังไม่ได้ระบุในแผนเผยแพร่