สำหรับใครหลายคน การท่องเที่ยวไม่ได้เป็นแค่การเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เท่านั้น การซื้อหาของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านก็เป็นกิจกรรมที่สำคัญไม่แพ้กัน และสำหรับหญิงชายสายแฟชัน การเลือกซื้อเสื้อผ้าในชุมชนที่แตกต่างอาจนำมาซึ่งแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการนำเทรนด์เครื่องแต่งกายต่อไปในอนาคต

และในวันนี้ ทีมงานพาทัวร์โลจี้ของเราจะพาคุณไปรู้จักกับเครื่องแต่งกายของผู้คนที่อาศัยบนเกาะที่ห่างไกลในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก เสื้อผ้าของพวกเขาไม่ได้มีไว้เพื่อนุ่งห่มในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวเกาะอย่างลึกซึ้งเช่นกัน สิ่งทอชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า “ลัมบา (Lamba)”

ผ้าลัมบามีความพิเศษอย่างไรนั้น เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

สารบัญของบทความ สนใจสิ่งใดไปอ่านสิ่งนั้นก่อนได้เลยนะครับ

ผ้าลัมบาแห่งเกาะมาดากัสการ์
ผ้าลัมบาแห่งเกาะมาดากัสการ์

ผ้าลัมบา คืออะไร

ลัมบา (Lamba) เป็นเครื่องแต่งกายท้องถิ่นของชาวมาลากาซี (Malagasy) แห่งเกาะมาดากัสการ์ (Madagascar) ในมหาสมุทรอินเดีย ลัมบาที่เราเห็นกันคุ้นตามีลักษณะเป็นผืนผ้าสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีทั้งแบบเรียบง่าย มีลวดลาย และผ้ามัดย้อมสีสันสดใส หญิงและชายชาวมาลากาซีนิยมใช้ผ้าลัมบาพันรอบบ่าและเรือนร่างคล้ายผ้าคลุมไหล่ อาจมีบ้างที่ใช้สวมใส่คล้ายโสร่

ชาวเกาะมักใช้ผ้าลัมบาม้วนเป็นขดบนศีรษะเพื่อรองรับน้ำหนักสิ่งของก่อนนำขึ้นเทินหัว หรือบางครั้งผู้เป็นแม่ก็ใช้ผ้าดังกล่าวห่อรอบร่างทารกติดกับหลังของตนยามเดินทาง จึงอาจเรียกได้ว่าลัมบาเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ของชาวมาลากาซีก็ว่าได้

ต้นกำเนิดของลัมบา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันผู้คนบนเกาะมาดากัสการ์จะสวมใส่และใช้งานลัมบาอย่างแพร่หลาย ทว่าต้นกำเนิดของลัมบากลับมาจากแคว้นดิอานา (Diana Region) ทางเหนือสุดของเกาะ แท้จริงแล้วคำว่าลัมบาในภาษาท้องถิ่นทางตอนเหนือมีความหมายตรงตัวว่า “ผ้าทอมือ” ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าชาวมาลากาซีเรียนรู้วิธีการทอผ้าจากที่ใด

ทว่าเมื่อนักเดินเรือชาวโปรตุเกสเดินทางมาขึ้นฝั่งที่เกาะมาดากัสการ์เป็นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 16 พวกเขาก็พบว่าชาวเกาะสวมใส่เสื้อผ้าที่ทอจากใยปาล์ม เช่นเดียวกับชุมชนโบราณหลายแห่งในโลก งานทอผ้าเป็นหน้าที่ของผู้หญิงมาลากาซีเท่านั้น ในอดีตสตรีจะรวมกลุ่มกันทอผ้าเพื่อทำเครื่องนุ่งห่มให้สมาชิกในครอบครัว ในขณะที่บุรุษออกไปทำงานในไร่ การทอผ้าลัมบาจึงถือเป็นการแบ่งงานกันทำตามเพศสภาพในชุมชนแต่โบราณ

ผ้าลัมบาในอดีตมีลวดลายที่หลากหลายแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องที่ ชาวมาลากาซีใช้ลวดลายและสีสันบนผืนผ้าเพื่อเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะทางสังคม สถานภาพสมรส วงศ์ตระกูล รวมถึงเพศและวัย ลัมบาที่ใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวันมักทำจากใยปาล์มซึ่งเป็นวัสดุหาง่ายในท้องถิ่น ในขณะที่ผ้าทอที่ใช้ในพิธีการสำคัญอย่างพิธีเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นผู้ใหญ่ของเด็กชาย พิธีแต่งงาน หรือพิธีศพของบุคคลสำคัญมักใช้วัสดุที่มีราคาแพงอย่างใยไหมในการถักทอผืนผ้า

ผ้าลัมบาเป็นที่นิยมในชุมชนมาลากาซีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเมรินา (Merina) ซากาลาวา (Sakalava) ตานาลา (Tanala) อันเตโมโร (Anteimoro) ฯลฯ แต่ละชุมชนจะประดิษฐ์ลวดลายและคิดค้นวิธีย้อมสีผืนผ้าแตกต่างกัน ช่างทอในหมู่บ้านซากาลาวาจะทอผ้าที่มีลวดลาวเรขาคณิตโดยใช้สีเขียวและสีน้ำตาลเป็นหลัก ในขณะที่ชุมชนเมรินานิยมทำผ้ามัดย้อมหลากสีที่มีลวดลายสลับซับซ้อน ทว่ารูปแบบที่พบได้มากที่สุดคือผ้าทอที่ตกแต่งด้วยเส้นสีแถบยาว สีที่นิยมใช้ได้แก่สีแดง สีขาว และสีดำ ลัมบารูปแบบดังกล่าวยังคงความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

การทอผ้าลัมบาในชุมชน
การทอผ้าลัมบาในชุมชน

ผ้าลัมบา ในวัฒนธรรมมาลากาซีปัจจุบัน

ครั้นมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกาะมาดากัสการ์ก็ตกเป็นดินแดนอาณานิคมของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ชาวมาลากาซีได้รับผลกระทบจากการรุกรานครั้งนี้มิใช่น้อย ชาวเกาะทุกคนถูกบังคับให้สวมใส่เสื้อผ้าตามแบบตะวันตก ผ้าลัมบาที่เคยใช้นุ่งห่มจึงเปลี่ยนมาเป็นผ้าคลุมไว้สวมทับชุดกางเกงหรือกะโปรงอีกทีหนึ่ง

เคราะห์ดีที่ชาวฝรั่งเศสมิได้ห้ามคนท้องถิ่นไม่ให้สวมใส่ลัมบา ชาวเกาะจึงนำผ้าทอมือมาประยุกต์เป็นเครื่องแต่งกายสมัยใหม่รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าโพกศีรษะ เสื้อคลุม หรือชุดยาว การประดิษฐ์คิดค้นในครั้งนั้นส่งผลให้ลัมบากลายมาเป็นเครื่องแต่งกายประจำเกาะมาดากัสการ์ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ ชาวมาลากาซียังคงใช้ผ้าลัมบาในพิธีการสำคัญต่างๆ ดังที่ได้กล่าวถึงไปในข้างต้น ชาวเกาะจะใช้ผ้าลัมบาหรูหราราคาแพงสำหรับพิธีศพของสมาชิกในครอบครัว ผู้คนในชุมชนมาลากาซีล้วนมีสุสานฝังศพประจำตระกูล หากมีใครสักคนเสียชีวิต ร่างไร้วิญญาณของเขาหรือหล่อนจะถูกคลุมด้วยผ้าไหมสีขาวขนาดใหญ่ ผ้าลัมบาประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า ลัมบาเมนา (Lambamena) ซึ่งถือว่ามีค่าที่สุดในบรรดาสิ่งทอทั้งมวล

นอกจากพิธีศพแล้ว ชาวมาลากาซียังมอบผ้าลัมบาเป็นของขวัญให้กันและกันในโอกาสสำคัญ บางครั้งผู้นำแต่ละชุมชนจะแลกเปลี่ยนผ้าลัมบาเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างเผ่า ผ้าลัมบาที่นิยมมอบเป็นของขวัญได้แก่ ลัมบา อะโกโตฟาฮานา (Lamba Akkotofahana) ผ้าลัมบาที่ถักทอเป็นลวดลายเรขาคณิต

นอกจากลัมบาสองประเภทที่กล่าวไป ชาวมาลากาซียังประดิษฐ์ผืนผ้ารูปแบบอื่นเพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ ผ้าลัมบาที่มีชื่อเสียงได้แก่ ลัมบาโฮอานี (Lambahoany) ผืนผ้าทอที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตประจำวัน มักตกแต่งด้วยลวดลายธรรมชาติ หรือภาพพิมพ์กิจกรรมต่างๆ เช่นการทำการเกษตร การละเล่นของเด็กๆ เป็นต้น ซาลากา (Salaka) ผ้าลัมบาผืนยาวที่นิยมนำมาใช้เป็นผ้านุ่ง ลัมบา อึมปันจากา (Lamba Mpanjaka) ผ้าทอมือสีขรึมที่ใช้สวมใส่ในงานพิธีการ ลัมบา อะรินดราโน (Lamba Arindrano) ผ้าที่ทอขึ้นจากใยไหมและเส้นใยจากผ้าฝ้าย ไลมาซากา (Laimasaka) ผ้าทอใยปาล์มอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนซากาลาวา เป็นต้น

บุรุษมาลากาซีในเครื่องแต่งกายผ้าลัมบา
บุรุษมาลากาซีในเครื่องแต่งกายผ้าลัมบา

ผ้าลัมบา กลายมาเป็นสินค้าส่งออกของประเทศ

ปัจจุบันชาวมาลากาซีไม่ได้ทอผ้าลัมบาเพียงเพื่อใช้ในครัวเรือนอีกต่อไป การประดิษฐ์ลวดลายบนผืนผ้ากลายมาเป็นงานศิลปะเพื่อการค้า ผ้าลัมบากลายเป็นที่รู้จักของชาวโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1886 เมื่อราชินีรานาวาโลนาที่ 3 (Ranavalona III) แห่งอาณาจักรมาดากัสการ์มอบลัมบา อะโกโตฟาฮานาที่ทอจากใยไหมสูงค่าเป็นของขวัญให้แก่สตีเฟน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ (Stephen Grover Cleveland) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 22 เพื่อสานสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ

ผ้าลัมบาผืนประวัติศาสตร์ถูกจัดแสดงที่สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ผืนผ้ามาลากาซียังถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ชั้นนำอื่นๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) ในนิวยอร์ก พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (American Museum of Natural History) เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ชาวเกาะมาดากัสการ์จึงหันมาผลิตลัมบาเพื่อส่งออกและขายให้กับนักท่องเที่ยว การผลิตผ้าปริมาณมากในโรงงานอุตสาหกรรมทำให้คุณภาพของสิ่งทอลดลง ความต้องการผ้าทอมือมัดย้อมแบบดั้งเดิมเพิ่มสูงขึ้นทุกปี รัฐบาลมาดากัสการ์ที่ตระหนักถึงปัญหานี้ได้หันมาสนับสนุนชุมชนมาลากาซีให้ผลิตผ้าทอมือเช่นเดียวกับเมื่อครั้งบุพกาล

ชุมชนต่างๆ จึงใช้การทอผ้าลัมบามาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ชุมชนที่มีชื่อเสียงในการทอผ้าที่เปิดให้ผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมได้แก่ ชุมชนซากาลาวาทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ชุมชนเมรินาที่อาศัยในหุบเขาทางตอนกลางของเกาะ เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องราวของผ้าลัมบา ศิลปะบนผืนผ้าของชาวมาลากาซี หากอ่านมาจนถึงตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนคงอยากซื้อหาผ้าพื้นเมืองมาตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มไปตามๆ กัน และหากใครสนใจของฝากที่เป็นเอกลักษณ์อย่างผ้าลัมบา

Lambamena shop
Lambamena shop

หรือต้องการเดินทางท่องเที่ยวมาดากัสการ์เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเกาะแล้วละก็ ติดต่อเราได้ที่ www.patourlogy.com ให้เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบทริปในฝันตามความต้องการของคุณ

อ้างอิง