แต่ดั้งแต่เดิมบรรดาผู้ปกครองชาวรัสเซียมีนโยบายอย่างหนึ่งที่ต้องทำให้สำเร็จจงได้นั่นก็คือแสวงหาดินแดนที่เป็นทางออกทะเลน้ำอุ่น ถึงแม้ พระเจ้าปีเตอร์มหาราช จะทรงยึดดินแดนปากแม่น้ำเนวามาได้จากสวีเดนและสถาปนาเป็นเมืองหลวงใหม่คือ กรุงเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งทำให้รัสเซียมีดินแดนออกทะเลเป็นครั้งแรก แต่บริเวณอ่าวฟินแลนด์ของเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กในช่วงหน้าหนาวก็กลายเป็นน้ำแข็งอยู่ดี จนกระทั่งหลานสะใภ้อย่าง ซารีนาแคเธอรีนที่สอง มหาราชินี ได้ทำความฝันของซาร์ปีเตอร์มหาราชได้สำเร็จ เข้าครอบครอง ดินแดนไครเมียและชายฝั่งทะเลดำทางตอนใต้แทนออตโตมานเติร์ก ทำให้รัสเซียมีดินแดนติดทะเลน้ำอุ่นเป็นครั้งแรก

ภาพวาดสีน้ำมันแสดงชายในชุดทหารสีน้ำเงินและแดงหันหน้ามองหญิงในชุดสีเขียวอ่อนประดับเพชรที่ศีรษะ
ซารีนาแคเธอรีนที่สองมหาราชินี ผู้พิชิตไครเมียและเคานต์ปาโทมกิน ขุนศึกคู่พระทัย

นอกเหนือจากเหตุผลด้านความมั่นคงทางทหารและเหตุผลทางความมั่นคงทางการเมือง ไครเมีย ยังกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของบรรดาชนชั้นนำรัสเซียตั้งแต่พระเจ้าซาร์ลงมาจนถึงปัญญาชน นักเขียนต่าง ๆ ด้วยความที่ไครเมียตั้งอยู่บนภูมิภาคที่อบอุ่นแบบเมดิเตอเรเนียน เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและพักฟื้นจากอาการของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และส่วนมากก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มากกว่าครึ่งชีวิตเพราะในเมืองหลวงนั้นความหนาวคิดเป็น 3 ใน 4 ของเวลาทั้งปี และ พระราชวังลิวาเดียก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของสถานที่ที่พระเจ้าซาร์และพระบรมวงศ์แปรพระราชฐานมายังสถานที่นี้เป็นระยะเวลาถึง หกเดือนในรอบแต่ละปี

ภาพถ่ายขาวดำของอาคารทรงกลมสองชั้นที่มีระเบียงและหลังคาโค้ง ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่มีต้นไม้สูงและพุ่มไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ พร้อมทางเดินและม้านั่ง
พระราชวังลิวาเดียหลังเก่าก่อนมีการรื้อทิ้งเกือบทั้งหมดเพื่อสร้างใหม่
อาคารสองชั้นสีครีมมีระเบียงประดับดอกไม้สีม่วง ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่มีพุ่มไม้ตัดแต่งและดอกทิวลิปสีขาวบานสะพรั่ง
บางส่วนของพระราชวังหลังเดิมที่ยังคงอยู่ (ถ่ายในปี 2018)

พระราชวังลิวาเดีย (Livadia Palace) สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 1860 ในสมัยซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สอง เพื่อเป็นสถานที่แปรพระราชฐานของซาร์และพระบรมวงศ์เรื่อยมาจนถึงสมัยที่ซาร์อเล็กซานเดอร์สามทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์ ณ สถานที่แห่งนี้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 หากบ้านเราองค์เหนือหัวมีพระราชวังไกลกังวัลแห่งประเทศไทยแล้ว พระเจ้าซาร์เองก็มีลิวาเดียเป็นพระราชวังไกลกังวลแห่งรัสเซียเช่นกัน

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซาร์นิโคลัสที่สองทรงมีพระดำริให้มีการปรับปรุงพระราชวังหลังเก่าที่มีสถาปัตยกรรมแบบ พระราชวังข่านตาตาร์ (Crimean-Tatar) โดยทุบทิ้งเกือบทั้งหมดแล้วสร้างหลังใหม่ที่ใหญ่แลโอ่อ่ากว่าเดิมในสไตล์นีโอ-เรอเนสซองส์ (Neo-Renaisance) สร้างแล้วเสร็จในปี 1911 เปิดครั้งแรกกับการฉลองวันประสูติของเจ้าหญิงโอลก้า พระราชธิดาในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองครบ 16 ชันษา ออกแบบโดย นิโคลัย คราสนอฟ สถาปนิกชื่อดังที่ออกแบบพระราชวังโวโรนซอฟ สร้างในรูปแบบนีโอเรอเนสซองส์หรือเป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกอิตาลีต่างๆ

ภาพถ่ายขาวดำกลุ่มบุคคลในชุดเครื่องแบบทหารและชุดราตรี นั่งและยืนเป็นแถวสองแถวในสวน มีสุนัขตัวเล็กสีขาวนั่งอยู่หน้าคนนั่งแถวหน้า
สมเด็จพระพันปี ฯ มาเรีย ฟีโอโดรอฟนา (กลาง) ฉายพระรูปหมู่ร่วมกับซาร์นิโคลัสที่สอง พระราชโอรส (ที่สองจากขวาแถวหน้า) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ที่สองจากซ้ายแถวหน้า) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ขวาสุดแถวหน้า) ณ พระราชวังอเล็กซานเดอร์ ซาร์สโกเย เซโล เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก เดือนกรกฎาคม ปี 1897

หลังการปฏิวัติในปี 1917 สมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย ฟีโอโดรอฟนา พระบรมราชชนนี พันปีหลวง พระราชชนนีในซาร์นิโคลัสที่สอง ได้เสด็จลี้ภัยการเมืองจากกรุงเปโตรกราดลงมายังไครเมีย โดยได้เสด็จมาพำนักที่พระราชวังลิวาเดียเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่จะเสด็จโดยเรือพระที่นั่งมาร์ลโบโรของอังกฤษเสด็จออกจากรัสเซีย และโดยเฉพาะหลังจากการปฏิวัติบัลเชวิก กรรมสิทธิในที่ดิน ธุรกิจและทรัพย์สินต่าง ๆ ถูกยึดเข้ารัฐ พระราชวังลิวาเดียก็เช่นกัน

อาคารสีขาวขนาดใหญ่สองชั้นมีระเบียงและหน้าต่างโค้งตั้งอยู่ริมสนามหญ้าเขียวขจีตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า
ตัวอาคารพระราชวังลิวาเดียหลังใหม่ที่สร้างด้วยหินอ่อนอิตาเลียนในปี 1909
ประตูไม้สีน้ำตาลเปิดออกเผยให้เห็นทางเดินด้านใน มีคนเดินอยู่ภายใน กรอบประตูเป็นหินสีขาวแกะสลักลวดลายโค้ง
ทางเข้าตกแต่งในสไตล์อาร์คหินอ่อน

หลังจากที่รัฐบาลโซเวียตยึดพระราชวังลิวาเดียให้ตกเป็นของรัฐ ที่นี่ก็กลายเป็นสถานพักฟื้นสำหรับประชาชนชาวกรรมาชีพก่อนที่จะมาเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีรูสเวลต์แห่งสหรัฐอเมริกาในช่วงการ ประชุมสุดยอดยัลตา (Yalta Conference) สามฝ่าย โดยโยซิฟ สตาลิน ผู้นำโซเวียต แฟรงคลิน รูสเวลต์ ผู้นำสหรัฐ และวินสตัน เชอร์ชิล ผู้นำอังกฤษ ในปี 1945 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองยุติ และกลับมาเป็นสถานตากอากาศพักฟื้นสำหรับประชาชนอีกครั้งก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์

อาคารสีขาวสองชั้นมีซุ้มโค้งและระเบียงชั้นบน ล้อมรอบด้วยต้นปาล์มสูงและพุ่มไม้ดอกสีขาวในสวน
Italian Courtyard กับพืชพรรณเขตร้อนที่ล้อมรอบด้วยอาคารหลักที่เป็นหินอ่อน
ทุ่งดอกทิวลิปสีแดงและสีขาวจำนวนมากเรียงรายบนพื้นดิน มีต้นไม้สีเขียวเป็นฉากหลัง
ดอกทิวลิปที่บานสะพรั่งอยู่ทั่วบริเวณ

พระราชวังลิวาเดียออกแบบโดย นิคาลัย คราสนอฟ (Nikolai Krasnov) เอกสถาปนิกรัสเซียแห่งศตวรรษที่ 20 มีผลงานสร้างวังและคฤหาสน์บรรดาขุนนางและเศรษฐีรัสเซียในยุคนั้นมาแล้วนับไม่ถ้วน โดยตัวอาคารเป็นหินแกรนิตสีขาวทั้งหลังนำเข้าจากอิตาลี ออกแบบให้ล้อมรอบสวนอิตาเลียนขนาดย่อมที่อยู่ตรงกลาง (Italian Courtyard) มีลานหินอ่อนแบบอาหรับและอิตาเลี่ยน หอคอยแบบฟลอเรนซ์ หน้าต่างที่หรูหรา มีห้องหับกว่า 116 ห้อง อาทิห้องโถงสไตล์ปอมเปอี ห้องบิลเลียร์ดแบบอังกฤษ ห้องเสวยแบบนีโอบาโร้ก (Neo-Baroque) ตามห้องต่าง ๆ มีพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์และการจัดโต๊ะทรงงานราวกับว่าพระองค์ยังคงอยู่ที่นี่ ทั้งรูปถ่ายส่วนพระองค์ที่มีทุกคอลเลคชั่น ทั้งมาดขรึม ผ่อนคลาย รวมไปถึงพระอารมณ์ขันที่เราจะสามารถเห็นได้จากรูปถ่ายส่วนพระองค์ ซึ่งคอลเลคชั่นดังกล่าวทำให้เราได้ทราบถึงกิจกรรมยามว่าของพระองค์ว่าพระองค์เป็นตากล้องตัวยงแห่งปลายศตวรรษที่ 19 และต่อต้นศตวรรษที่ 20

ภาพถ่ายขาวดำและสีในกรอบรูปหลายใบแขวนเรียงกันบนผนัง แสดงภาพบุคคลในชุดเครื่องแบบทหารและชุดราตรี
พระบรมฉายายาลักษณ์และพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองและพระบรมวงศ์
ภาพถ่ายขาวดำแสดงบุคคลสามคนในชุดดำกำลังเล่นน้ำในทะเลที่มีคลื่นกระเพื่อม
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองขณะทรงผ่อนคลายพระอิริยาบถโดยการเล่นน้ำทะเลกับพระญาติสนิทที่ไครเมีย
ภาพถ่ายขาวดำในกรอบไม้สีเข้มติดอยู่บนผนังลายดอกไม้สีเขียว แสดงภาพชายสามคน โดยชายคนหนึ่งยืนอยู่บนบ่าของอีกคน
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองกับพระอารมณ์ขันที่ถ่ายทอดผ่านรูปถ่าย

โดยมีไฮไลท์คือห้องสีขาวที่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีโต๊ะยาวจุดสุดพื้นที่โถง ความสำคัญคือเป็นสถานที่ที่ใช้จัดประชุมสุดยอดยัลต้าในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยผู้นำโซเวียต อังกฤษและอเมริกา ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆยังคงถูกเก็บรักษาไว้เหมือนครั้งที่มีการประชุม ถ้าใครเป็นพวกสายอินประวัติศาสตร์สงครามโลก น่าจะรู้สึกอินและขนลุกไปกับสถานที่ที่เป็นประวัติศาสตร์แห่งนี้

ห้องประชุมสีขาวตกแต่งด้วยเพดานลายและหน้าต่างโค้ง มีโต๊ะกลมขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้จำนวนมาก และธงชาติรัสเซียตั้งอยู่ตรงกลาง
ห้องโถงสีขาว ขณะเตรียมการรองรับการประชุมระหว่างรัฐบาลกลางมอสโกและรัฐบาลสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมีย
ห้องตกแต่งสไตล์คลาสสิก มีเตาผิงไม้กลางผนัง เฟอร์นิเจอร์ไม้ ตู้แขวนรูปถ่าย และโคมไฟระย้าแขวนกลางห้อง
ห้องหับส่วนพระองค์
ห้องตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน มีโซฟาและเก้าอี้ผ้าลายวางอยู่หน้าผนังไม้ พร้อมเชือกกั้นพื้นที่
ห้องไม้สีอ่อน

โถงนี้ยังถูกใช้ในยุคปัจจุบันในฐานะห้องประชุมระดับชาติ เช่นการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำรัฐบางมอสโกกับผู้นำของสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียที่เคยทำประชามติแยกตัวออกจากอูเครน และทำประชามติอีกครั้งเพื่อขอเข้าร่วมดินแดนกับรัสเซียตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน

อาคารสีขาวสไตล์ยุโรปที่มีเสาและระเบียงตั้งอยู่เบื้องหลังแปลงดอกทิวลิปสีแดงและขาวที่เบ่งบานอยู่ด้านหน้า
สวนด้านหน้าของตัวพระราชวัง เต็มไปด้วยดอกทิวลิป

บรรยากาศด้านนอก ถ้าหากว่ามาในช่วงปลายเดือนเมษาต่อต้นเดือนพฤษภา จะมีดอกทิวลิปบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณ มีอยู่ทุกที่ที่เป็นโซนสวน อากาศกำลังดีมีลมจากทะเลดำพัดโกรกตลอดเวลา ช่วงปลายกันยาต่อต้นตุลาก็จะให้บรรยากาศใบไม้กำลังผลัดใบ ใบไม้สีทองร่วมปกคลุมไปทั่ว อากาศเย็นสบายแดดไม่แรงมาก ชิลสุด ๆ เป็นอีกที่ที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดเมื่อมีโอกาสได้มาเยือนไครเมีย

ภาพถ่ายกลุ่มชายในชุดสูทและเครื่องแบบทหารนั่งบนเก้าอี้หน้าอาคารที่มีซุ้มโค้ง โดยบุคคลในชุดสูทสีเข้มอยู่ตรงกลาง
การประชุมยัลตาเมื่อปี 1945
อนุสาวรีย์สำริดรูปปั้นสามผู้นำนั่งบนเก้าอี้เรียงกัน มีอาคารสีขาวและพุ่มไม้เขียวเป็นฉากหลัง
อนุสาวรีย์สามผู้นำรำลึกถึงการประชุมยัลตา

สำหรับเพื่อน ๆ ท่านใดสนใจไปร่วมยลโฉมพระราชวังลิวาเดียพระราชวังไกลกังวลแห่งรัสเซีย สามารถดูรายละเอียดการเดินทางได้ตามลิงค์นี้ http://l.ead.me/bb4uGq " ไครเมีย : เพชรยอดมงกุฎแห่งรัสเซีย " 9 วัน 7 คืน เพียง 115,000 บาท เที่ยวครบ ทานดี พักหรู อยู่สบาย โดยพระราชวังลิวาเดียจะเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ไฮไลท์ที่เราจะไปเจาะลึกกันที่ไครเมีย

อ่านบทความอื่นเกี่ยวกับการท่องเที่ยว >>> https://www.patourlogy.com/blog/inspirationสนใจทัวร์เดินทางไปยังประเทศรัสเซีย และ อดีตสหภาพโซเวียตของเรา >>> https://www.patourlogy.com/destination/russia-and-ussr