หากถามว่าของอะไรคือของเล่นในวัยเด็กที่คิดถึง เชื่อว่าหลายคนคงตอบว่าตุ๊กตาเป็นแน่แท้ ตุ๊กตาในความทรงจำของเราอาจมีทั้งบาร์บี้แสนสวย หรือหมีน้อยขนปุยเอาไว้กอดตอนนอนหลับ

แต่ใครเลยจะรู้ว่า ตุ๊กตามีประโยชน์ใช้สอยที่มากมายกว่าของเด็กเล่นทั่วไป ในหลายวัฒนธรรมในโลก ตุ๊กตารูปมนุษย์ถูกทำขึ้นเพื่อสอนเด็กให้รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบ เด็กผู้หญิงเริ่มเรียนรู้วิธีเย็บปักถักร้อยจากการเย็บเสื้อผ้าให้ตุ๊กตา ส่วนเด็กผู้ชายก็พาตุ๊กตาออกไปเล่น เสมือนเป็นการจำลองหน้าที่ของผู้ใหญ่ในการดูแลสมาชิกใหม่ของครอบครัว

นอกจากการสอนหน้าที่ให้เด็กๆ ผ่านของเล่นแล้ว ผู้คนยังเชื่อว่าตุ๊กตาเป็นวัตถุที่มีวิญญาณสิงสู่ ด้วยเหตุนี้ผู้คนในอดีตจึงดูแลรักษาตุ๊กตาเป็นอย่างดี ไม่มีการทิ้งขว้างเมื่อเล่นจนเบื่อเหมือนในปัจจุบัน

และในวันนี้ ทีมงานพาทัวร์โลจี้จะพาคุณมารู้จักกับหนึ่งในตุ๊กตาพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ชื่อของมันคือ “โมตังกา (Motanka)” ตุ๊กตาในวัฒนธรรมของชาวสลาฟ (Slavs) ที่อาศัยในยุโรปตะวันออก โมตังกามีความพิเศษกว่าตุ๊กตาประเภทอื่นอย่างไรนั้น เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

ตุ๊กตาโมตังกา (Motanka) คืออะไร

โมตังกา (Motanka) เป็นตุ๊กตาผ้าที่นิยมทำขึ้นในหมู่ชาวสลาฟในประเทศโปแลนด์ เบลารุส และยูเครน ชื่อของโมตังกามีที่มาจากคำว่า โมตาตี (Motaty) ที่มีความหมายว่าผูกหรือมัดให้เป็นปม เหตุผลที่มีชื่อเช่นนี้เป็นเพราะในอดีต โมตังกาทำขึ้นจากเศษผ้าซึ่งเป็นวัสดุหาง่าย ผู้คนจะนำผ้ามามัดเป็นปมจนเป็นรูปร่างคล้ายร่างกายมนุษย์ โมตังกาแบบดั้งเดิมจะไม่มีการใช้เข็มและด้ายเพื่อเย็บเศษผ้าเข้าด้วยกัน แต่จะใช้วิธีมัดให้แน่นเพื่อไม่ให้ผ้าคลายออก

ชาวสลาฟในยูเครนเชื่อว่าการใช้เข็มหรือกรรไกรในการทำโมตังกาจะเป็นการทำร้ายโชคชะตาของตัวเอง ด้วยเหตุนี้โมตังกาแต่ละตัวจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ แตกต่างจากของเด็กเล่นทั่วไป

นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า ชาวสลาฟมีวัฒนธรรมการสร้างตุ๊กตาย้อนกลับไปได้กว่า 5 พันปีที่แล้ว แรกเริ่มเดิมที โมตังกาถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องรางประจำตระกูล ผู้หญิงในครอบครัวจะล้อมวงทำตุ๊กตาโมตังกาเพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างกัน โมตังกาจึงเป็นสัญลักษณ์ของความรักใคร่ปรองดองของผู้คน

แม้จะมีประวัติความเป็นมายาวนาน แต่สิ่งที่ทำให้โมตังกามีชื่อเสียงกลับไม่ใช่ตำนานหรือเรื่องเล่า แต่เป็นลักษณะเด่นของตุ๊กตาที่ไม่มีใบหน้า ชาวยูเครนเชื่อว่า การเย็บใบหน้าให้ตุ๊กตาจะเป็นการผูกวิญญาณของผู้สร้างไว้กับวัตถุ ด้วยเหตุนี้แทนที่จะเย็บใบหน้าเหมือนตุ๊กตาทั่วไป ใบหน้าของโมตังกาจะถูกเย็บเป็นรูปเครื่องหมายไขว้คล้ายไม้กางเขน

ในความเชื่อดั้งเดิมของชาวยูเครน เครื่องหมายไขว้มีความหมายถึงดวงอาทิตย์และชีวิต เส้นที่พาดแนวนอนบ่งบอกถึงความนุ่มนวลของสตรี ส่วนเส้นที่พาดแนวตั้งหมายถึงความเข้มแข็งของบุรุษ สัญลักษณ์มงคลนี้เองที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่า การครองครอบโมตังกาจะทำให้ความปรารถนาใดๆ กลายเป็นจริง

ตุ๊กตาผ้าสวมชุดพื้นเมืองหลากหลายรูปแบบตั้งเรียงกันบนโต๊ะผ้าขาว มีป้ายชื่อและภาพประกอบติดอยู่บนผนังด้านหลัง
โมตังการูปแบบต่างๆ

ตุ๊กตาโมตังกา (Motanka) มีกี่ประเภท

ตุ๊กตาโมตังกาในยูเครนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ โอร์ยาโดวา (obryadova) ตุ๊กตาศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีกรรม เบเรฮินยา (berehynya) ตุ๊กตาผู้พิทักษ์ประจำบ้าน และ ตุ๊กตาเด็กเล่นทั่วไป ตุ๊กตาโอร์ยาโดวาจะถูกทำขึ้นในเทศกาลสำคัญต่างๆ ในขณะที่ตุ๊กตาเบเรฮินยาจะถูกสร้างขึ้นตามแต่วัตถุประสงค์ของบุคคล ชาวยูเครนเชื่อว่า หากต้องการสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ความมั่งคั่ง หรือความสุขความเจริญ พวกเขาสามารถขอได้จากตุ๊กตาเบเรฮินยาทั้งสิ้น ชาวยูเครนจึงมักจะวางตุ๊กตาโมตังกาไว้บนแท่นบูชา พร้อมจุดกำยาน วางเหรียญและสมุนไพรเพื่อเป็นการขอพร ไม่ต่างกับการบนบานศาลกล่าวเจ้าที่เจ้าทางในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากโมตังกา 3 ประเภทที่ว่ามาแล้ว ชาวยูเครนยังมีชื่อเรียกโมตังกาที่ใช้ในโอกาสอื่นๆ แตกต่างกันออกไป เช่น

  • โอชีสนา (Ochysna) ตุ๊กตาที่ช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายออกจากบ้าน
  • เดสยาตีรุชกา (Desyatyruchka) หรือตุ๊กตาสิบมือที่เชื่อว่าจะช่วยผู้หญิงในครอบครัวทำงานบ้าน
  • คะนียาฮินยา (Knyahynya) หรือตุ๊กตาเจ้าหญิง มีไว้เพื่ออำนวยพรให้สตรีทุกเพศทุกวัย
  • เนโรซลูชนิกี (Nerozluchnyki) ตุ๊กตาคนคู่ที่นิยมให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน แสดงถึงความผูกพันไม่แยกจากของบ่าวสาว
  • นาเรชีนา (Narechena) ตุ๊กตาเจ้าสาวถักผมเปียที่เชื่อว่าเป็นมงคลต่อชีวิตสมรส
  • โรดยูชิสต์ (Rodyuchist) ตุ๊กตาแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่มอบให้ในวันเกิดของทารก
  • โปโดโรซห์นิตซ์ยา (Podorozhnytsya) ตุ๊กตาเครื่องรางที่มอบให้สหายที่ต้องเดินทางไกลเพื่ออวยพรให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย
  • เปเลนาชกา (Pelenashka) ตุ๊กตาเครื่องรางที่ช่วยปัดเป่าความป่วยไข้ นิยมทำไว้ให้เด็กเล่น
ผู้หญิงนั่งที่โต๊ะวางตุ๊กตาผ้าหลายตัว มีผ้าทอลายและสมุดเปิดอยู่เบื้องหน้า
สตรีชาวยูเครนและตุ๊กตาโมตังกา

การทำตุ๊กตาโมตังกา (Motanka)

สีของผ้าที่นิยมใช้ในการทำตุ๊กตาได้แก่

  • สีแดง ที่มีความหมายถึงการปกป้องคุ้มครอง
  • สีเหลือง ที่มีความหมายถึงพระอาทิตย์และการกำเนิด
  • สีเขียว ที่มีความหมายถึงสุขภาพและความเป็นแม่
  • สีฟ้า ที่มีความหมายถึงการรักษา
  • สีน้ำตาล ที่มีความหมายถึงโลกและความอุดมสมบูรณ์
  • สีขาว ที่มีความหมายถึงความศักดิ์สิทธิ์และสรวงสวรรค์ เป็นต้น

เนื่องจากเป็นตุ๊กตาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ขั้นตอนการทำโมตังกาแต่ละตัวจึงมีความพิถีพิถัน และหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม สตรีชาวยูเครนจะไม่ทำตุ๊กตาในวันศุกร์และวันอาทิตย์เพราะเชื่อกันว่าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ของเทพีผู้ปกปักษ์สตรีและงานฝีมือ การทำตุ๊กตาในวันดังกล่าวจึงอาจนำโชคร้ายมาสู่ครอบครัวได้

ชาวยูเครนเรียกขั้นตอนการทำโมตังกาว่า กูตันนียา (Kutannya) ที่มีความหมายว่าการมัดหรือพัน วันที่เหมาะสมในการทำตุ๊กตาคือวันพระจันทร์เต็มดวง คนท้องถิ่นเชื่อว่า การสร้างตุ๊กตาในคืนจันทร์เพ็ญจะมอบพลังในการปกปักษ์รักษาครอบครัวนั้นๆ ในขณะที่การทำตุ๊กตาในคืนจันทร์แรมจะช่วยให้ธุรกิจหรือหน้าที่การงานก้าวหน้า ฤกษ์ยามต่างๆ จึงมีความสำคัญในการทำโมตังกาแต่ละตัว

แม้ว่าการสร้างตุ๊กตาโมตังกาจะถูกสืบทอดกันมาหลายพันปี ทว่าประเพณีดังกล่าวเคยเกือบถูกทำให้เลือนหายเมื่อยูเครนถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1922 ชาวรัสเซียมองว่าโมตังกาเป็นสัญลักษณ์ของพวกนอกรีต เพื่อเป็นการกลืนวัฒนธรรมให้ง่ายต่อการปกครอง โมตังกาจึงกลายเป็นหนึ่งในสิ่งต้องห้ามที่ทางการโซเวียตไม่อนุญาต

ตลอดเวลากว่า 7 ทศวรรษ ชาวสลาฟในยูเครนต้องเก็บซ่อนอัตลักษณ์ของหมู่ชน ประเพณีดีงามจึงถูกละทิ้งอย่างเสียไม่ได้ มรดกทางวัฒนธรรมหลายประการถได้สูญหายไปตามกาลเวลา เคราะห์ดีที่ในปี ค.ศ. 1991 หลังจากที่ประเทศยูเครนแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต รัฐบาลของประเทศเกิดใหม่เล็งเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมประจำชาติ ประเพณีหลายอย่างจึงถูกรื้อฟื้นกลับมา การทำตุ๊กตาโมตังกาก็เช่นกัน

ตุ๊กตาผ้าสี่ตัวนั่งเรียงกันบนพื้นไม้ มีผ้าพันคอและชุดปักลายหลากสี
ตุ๊กตาไร้หน้าโมตังกา

สถานการณ์ของตุ๊กตาโมตังกาในปัจจุบัน

ในปัจจุบันตุ๊กตาไร้หน้าได้กลายเป็นหนึ่งในของฝากที่คนต่างถิ่นนิยมซื้อหาเมื่อมาเยือนยูเครน วัฒนธรรมพื้นบ้านที่เคยถูกมองว่าล้าหลังจึงถูกเชิดชูให้เป็นหน้าตาของประเทศยุโรปตะวันออกในที่สุด

ดังที่เราทุกคนทราบกันดี สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศยูเครนกำลังทวีความรุนแรงทุกขณะ ในฐานะนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง แม้จะรู้ว่าคงไม่อาจไปเยือนยูเครนได้ในเร็ววัน แต่เราก็ขอภาวนาให้ความสงบสุขกลับคืนแผ่นดินในไม่ช้า สงครามมีแต่จะนำมาซึ่งความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตผู้คน โบราณสถาน หรือขนบธรรมเนียบประเพณีก็ตาม

ทีมงานพาทัวร์โลจี้จึงขอส่งกำลังใจไปช่วยชาวยูเครน ณ ที่นี้ ขอให้สันติภาพมาเยือนยูเครนในเร็ววัน และหากใครต้องการทราบเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับยูเครนและยุโรปตะวันออกละก็ ติดตามพวกเราได้ที่ www.patourlogy.com เพื่อให้การเรียนรู้กลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณ

อ้างอิง