เกาะโซโคตร้า (Socotra Island)

เป็นเกาะที่ห่างไกล และดูเหมือนอยู่บนโลกอื่น ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งเยเมนประมาณ 350 กม. ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของเกาะโซโคตราคือภูมิประเทศ ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาสูง หุบเขาลึก และภูมิประเทศคล้ายกับทะเลทราย เกาะแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี เ เช่น ต้นเลือดมังกร (Dragon's Blood Trees) ซึ่งมีรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ และผลิตน้ำสีแดงตามชื่อเรียก ด้วยความแปลกประหลาดไม่เหมือนใครทำให้ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCOใน ค.ศ. 2008

ต้นไม้ทรงร่มที่มีลำต้นหนาและกิ่งก้านแผ่กว้างตั้งอยู่บนเนินหินสีน้ำตาลใต้ท้องฟ้าสีฟ้าที่มีเมฆขาว
ทิวทัศน์ภูเขาหินสีน้ำตาลที่มีต้นไม้ทรงพุ่มกลมสีเขียวกระจายอยู่ทั่วเนินเขาและหุบเขา
Dragon's Blood Trees

Catacombs of Paris

สุสานใต้ดินที่ตั้งอยู่ใต้เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส เดิมทีสุสานถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เพื่อแก้ปัญหาสุสานแออัดในเมือง ที่ทำให้ขาดแคลนสุสานในการฝังศพ  ที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสาธารณสุขเนื่องจากการแพร่กระจายของโรค 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สุสานใต้ดินแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักสำรวจ ถ้าใครสนใจชมบรรยากาศที่น่าขนลุก และประวัติศาสตร์ก็เชินชมได้ที่ Catacombs of Paris

โมเดลจำลองปราสาทหินสีขาวตั้งอยู่ภายในถ้ำที่มีผนังหินธรรมชาติเป็นพื้นหลัง
ผนังภายในห้องใต้ดินที่เรียงกระดูกมนุษย์เป็นชั้นๆ อย่างแน่นหนา โดยมีกะโหลกศีรษะวางเรียงเป็นแถวอยู่ตรงกลาง

Door to Hell หรือ "ประตูสู่นรก"

แหล่งก๊าซธรรมชาติตั้งอยู่ในทะเลทราย Karakum ประเทศเติร์กเมนิสถาน ในอดีตเป็นพื้นที่ทะเลทรายขนาดใหญ่ จนเมื่อปี 1971 มีวิศวกรชาวโซเวียตได้ขุดเจาะน้ำมันกันบริเวณดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเริ่มขุดเจาะไปเรื่อยๆ กลับพบภายในพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยก๊าซมีเทน ซึงในเวลาต่อมาทำให้หน้าดินทรุดลงกลายเป็นหลุมกว้างอันเต็มไปด้วยก๊าซ ด้วยความที่กลัวว่าจะเป็นอันตรายว่าก๊าซมีเทนจะทำอันตรายกับชาวบ้านบริ้วณใกล้เคียงจึงได้ตัดสินใจเผา และคาดว่าจะดับแต่ก็ไม่ดับ

ประตูสู่นรกนี้กว้างประมาณ 70 เมตร ลึก 30 เมตร มีการเผาไหม้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งแรกที่กำเนิดขึ้น เปลวไฟซึ่งถูกเติมเชื้อเพลิงโดยก๊าซธรรมชาติที่ยังคงไหลออกมาจากพื้นดิน ทำให้สถานที่นี้มีลักษณะที่ลุกเป็นไฟอย่างโดดเด่น และได้ชื่อว่า "ประตูสู่นรก"

ภาพพื้นผิวขรุขระสีน้ำตาลเข้มที่มีจุดแสงสีขาวและสีส้มกระจายอยู่เป็นจำนวนมากบนพื้นหลังสีดำ
หลุมขนาดใหญ่ที่มีเปลวไฟสีส้มแดงลุกไหม้อยู่ภายในขอบหลุมและพื้นด้านล่าง ตัดกับท้องฟ้ามืดสีน้ำเงินที่มีเมฆบางๆ

ทะเลสาบฮิลเลียร์ (Lake Hillier)

ทะเลสาบขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเกาะมิดเดิล (Middle Island) ในออสเตรเลีย ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากสีชมพูอันโดดเด่น ซึ่งเกิดจากสาหร่ายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Dunaliella salina และแบคทีเรียที่เรียกว่า Halobacterium ทะเลสาบมีความยาวประมาณ 600 เมตร

Fly Geyser

สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ตั้งอยู่บนพื้นที่ในรัฐเนวาดา (Navada) สหรัฐอเมริกา เป็นน้ำพุร้อนจากความร้อนใต้พิภพที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งจะพ่นน้ำร้อน และไอน้ำขึ้นสู่อากาศ ก่อให้เกิดการก่อตัวที่สวยงาม และมีสีสัน

Fly Geyser ถูกสร้างขึ้นโดยบังเอิญในปี 1960 ระหว่างโครงการขุดเจาะที่กำลังสำรวจหาพลังงานความร้อนใต้พิภพ แต่สิ่งที่พวกเขาค้นพบกลับกลายเป็นน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และเมื่อเวลาผ่านไป แร่ธาตุได้ก่อตัวขึ้นรอบๆ ทำให้เกิดรูปร่างที่มีสีสันอย่างที่เห็นได้ในปัจจุบัน

หินรูปทรงกลมขนาดใหญ่มีสีส้มและเขียวตั้งอยู่บนพื้นทรายสีเหลือง มีน้ำไหลผ่านด้านข้างและท้องฟ้าสีฟ้าเป็นพื้นหลัง
ภาพหินรูปทรงสูงที่มีสีแดงและเขียว มีละอองน้ำสีขาวพ่นออกมาจากด้านบนของหิน

Vinicunca หรือ Rainbow Mountain

หรือ Montaña de Siete Colores (ภูเขาเจ็ดสี) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Andes ของเปรู ภูเขาแห่งนี้ได้รับการตั้งชื่อตามรูปลักษณ์ที่มีสีสัน ซึ่งเป็นผลมาจากการก่อตัวทางธรณีวิทยา และแหล่งแร่ที่มีลักษณะเฉพาะ

สีสันที่สดใสของ Vinicunca เป็นผลมาจากชั้นตะกอนของหิน และแร่ธาตุที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติของภูเขา และเมื่อเวลาผ่านไปชั้นเหล่านี้ประกอบด้วยออกไซด์ของเหล็ก คอปเปอร์ซัลเฟต และแร่ธาตุอื่นๆ ทำให้สามารถสร้างเฉดสีแดง เขียว เหลือง และน้ำเงินที่สดใส ซึ่งประกอบกันเป็นลักษณะคล้ายรุ้งอันโดดเด่นของภูเขา

ภูเขาที่มีชั้นหินซ้อนทับกันเป็นแถบสีแดง ชมพู เหลือง และเทา ภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าที่มีเมฆสีขาว
ยอดเขาที่มีชั้นหินเรียงซ้อนกันเป็นแถบสีหลากหลาย เช่น สีแดง สีส้ม และสีเขียวอ่อน ตัดกับท้องฟ้าสีเทาอ่อน

Zhangye Danxia Landform

ตั้งอยู่ที่เมืองจางเย่ มณฑลกานซู่ ประเทศจีน เป็นการก่อตัวของหินหลากสีสันที่สวยงาม มักเรียกกันว่า "ภูเขาสีรุ้ง" เนื่องจากสีสันที่สดใส สัณฐานว่าเป็นผลมาจากการเกิดกลไกลทางธรณีวิทยาเป็นเวลาหลายล้านปี รวมไปถึงการทับถมของหินตะกอนประเภทต่างๆ เกิดมาจากการมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ภายในหิน เช่นธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และทองแดง ทำให้มีสีที่สวยงาม

ทิวทัศน์ภูเขาที่มีสันเขาเป็นชั้นสีส้ม แดง และขาวสลับกัน
ทิวทัศน์ภูเขาที่มีชั้นหินซ้อนทับกันเป็นริ้วสีส้ม แดง และเหลืองสลับกัน

Giant's Causeway

ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเคาน์ตีแอนทริมในไอร์แลนด์เหนือ เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอร์แลนด์ และได้รับการกำหนดให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO 

Giant's Causeway มีชื่อเสียงจากเนื่องจากมีเสาหินที่ก่อตัวขึ้นเป็นขั้นบันได และทอดลงไปในทะเล เสาเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 50 ถึง 60 ล้านปีก่อนโดยการระเบิดของภูเขาไฟ การเย็นตัว และการแข็งตัวของลาวาจากการปะทุของภูเขาไฟในสมัยโบราณทำให้เกิดการก่อตัวของเสารูปหลายเหลี่ยมที่ไม่เหมือนใคร

ภาพชายฝั่งทะเลที่มีคลื่นสีขาวกระแทกเข้ากับหน้าผาหินรูปทรงกระบอกเรียงตัวกัน โดยมีเกาะหินขนาดเล็กตั้งอยู่ไกลออกไปในทะเลเบื้องหลัง
ทิวทัศน์ชายฝั่งที่มีแนวหินรูปทรงหกเหลี่ยมเรียงตัวเป็นขั้นบันไดทอดยาวลงสู่ทะเล ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีเทาอมส้ม

Antelope Canyon

ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา รัฐแอริโซนา เกิดขึ้นโดยการกัดเซาะหลายล้านปี ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ Upper Antelope Canyon (หรือที่เรียกว่า "The Crack") และ Lower Antelope Canyon (หรือที่เรียกว่า "The Corkscrew") 

ภาพผนังหินสีแดงส้มที่มีลวดลายเป็นชั้นคลื่นโค้งงอซ้อนทับกัน มีแสงสว่างส่องลอดผ่านช่องแคบด้านบน
ภาพผนังหินที่มีลวดลายเป็นชั้นสีส้ม แดง และม่วง โอบล้อมช่องว่างรูปโค้งที่มองเห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มเบื้องบน

Thor's Well

ตั้งอยู่ใน Cape Perpetua Scenic Area ใกล้ Yachats ที่สหรัฐอเมริกา เป็นชั้นหินที่ก่อตัวคล้ายหลุมยุบหรือบ่อน้ำขนาดใหญ่ จึงเป็นที่มาของชื่อ แม้ว่า Thor's Well จะดูเหมือนเป็นเหวที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่แท้จริงแล้วเป็นน้ำพุน้ำเค็มที่สร้างขึ้นโดยคลื่นอันทรงพลังของมหาสมุทรแปซิฟิ

ภาพทิวทัศน์ชายฝั่งที่มีน้ำสีฟ้าไหลลงสู่แอ่งน้ำกลางโขดหินสีดำ ท่ามกลางท้องฟ้าสีส้มและชมพูยามพระอาทิตย์ตก
ภาพทิวทัศน์ชายฝั่งที่มีน้ำตกไหลลงสู่ทะเลผ่านโขดหินสีดำและสีน้ำตาล มีภูเขาปกคลุมด้วยต้นไม้สีเขียวอยู่ด้านขวา

Mendenhall Ice Caves

ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองจูโน ใน Alaska ถ้ำน้ำแข็งเหล่านี้เกิดขึ้นภายใน Mendenhall Glacier ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ทอดยาวประมาณ 21 กิโลเมตรจากทุ่งน้ำแข็งจูโนถึงทะเลสาบ Mendenhall ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้เกิดขึ้นจากน้ำที่ละลายไหลอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง และทำให้เกิดการบีบอัดทำให้เกิดถ้ำน้ำแข็ง

ภาพระยะใกล้ของก้อนน้ำแข็งสีฟ้าอมเขียวที่มีพื้นผิวโค้งมนวางอยู่บนพื้นดินสีเข้มที่มีก้อนหินขนาดเล็กกระจายอยู่

หรือถ้าใครอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร  โดยเราจะนำความรู้ดีๆ สาระดีๆ หรือประวัติศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ มาบอกเล่าเรื่องราวให้ได้อ่านกัน สามารถติดตาม หมอๆ ตะลุยโลก และPatourlogy  หรือถ้าใครต้องการท่องเที่ยวแบบเป็นกรุ๊ปส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นอกกระแส ขั้วโลกเหนือยังขั้วโลกใต้ ที่ประทับใจยันโลกหน้า สามารถติดต่อทาง Facebookและ Line ได้เลย เรายินดีพร้อมบริการทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

อ้างอิงบทความ