PATOURLOGY JOURNEY / โมร็อกโก

GRAND MOROCCO

11 วัน · โมร็อกโก

ยังไม่กำหนดระดับ

แผนเดินทางเผยแพร่เพื่ออ่านรายละเอียด · ยังไม่เปิดรับจอง

GRAND MOROCCO

THE JOURNEY

เส้นทางโดยสังเขป

เดินทางผ่านราบัต เชฟชาอูน เฟซ และมาราเกช ก่อนสัมผัสทะเลทรายซาฮาราที่เมอร์ซูกา

รอบเดินทาง

ดูรายละเอียด ↗
รอบเดินทางยังอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูล

JOURNEY HIGHLIGHTS

ไฮไลท์ของเส้นทาง

เชฟชาอูน
01 / HIGHLIGHT

เชฟชาอูน

เชฟชาอูน (Chefchaouen) หรือที่รู้จักกันในนาม "เมืองสีฟ้า" เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก ตั้งอยู่บนเทือกเขาริฟ (Rif Mountains)

ทะเลทรายซาฮาราที่เมอร์ซูกา
02 / HIGHLIGHT

ทะเลทรายซาฮาราที่เมอร์ซูกา

เมอร์ซูกา (Merzouga) คือหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศโมร็อกโก ซึ่งเปรียบเสมือนประตูบานสำคัญสู่ผืน ทะเลทรายซาฮารา โดยมีจุดเด่นคือติดกับ เอิร์ก เชบบี (Erg Chebbi)

ท็อดดราจอร์จ (Todra Gorge หรือ Todgha Gorge)
03 / HIGHLIGHT

ท็อดดราจอร์จ (Todra Gorge หรือ Todgha Gorge)

คือช่องเขาหินปูนอันยิ่งใหญ่และโด่งดัง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาแอตลาส (Atlas Mountains) ใกล้กับเมืองทินเฮียร์ (Tinghir หรือ Tinerhir) ประเทศโมร็อกโก

DAY BY DAY

โปรแกรมรายวัน

ตามเส้นทางผ่านภาพ สถานที่ และรายละเอียดแต่ละวัน พร้อมที่พัก กิจกรรม และอาหาร

ดูตารางสรุป 11 วัน

วันที่ 1Bangkok → Türkiye

กรุงเทพฯ - ตุรกี - คาซาบลังก้า

20:00 น. ต้อนรับทุกท่านที่สนามบิน สุวรรณภูมิ สังเกตป้าย บริษัท พาทัวร์โลจี้ จำกัด นัดหมายพร้อมกันที่ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 9 แถว T เคาน์เตอร์สายการบิน Turkist Airlines เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯจะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง(กรุณาเดินทางไปถึงเกทประตูก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที)

23.05 น. ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล โดย สายการบิน Turkist Airlines TK069 (ระยะเวลาบิน 10 ชั่วโมง 15 นาที)

ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ไม่รวม · กลางวัน: ไม่รวม · เย็น: ไม่รวม

วันที่ 2 Casablanca → Rabat - Tangier

คาซาบลังก้า - ราบัต - แทนเจียร์

05.20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศอิสตันบูล ประเทศตุรกี และเปลี่ยนเครื่อง 6 ชั่วโมง

11.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) โดย สายการบิน Turkist Airlines TK617 (ระยะเวลาบิน 4 ชั่วโมง 55 นาที)

14.50 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca Mohammed V International Airport) ประเทศโมรอคโค จากนั้นเดินทางสู่ ตัวเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 35 นาที เมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 5 ล้านคน โดยคำว่า Casablanca หมายถึง บ้านสีขาว คําว่า ‘คาซา’ แปลว่า บ้าน และ ‘บลังกา’ แปลว่า สีขาว บรรยากาศอาคารตึก บ้านเมืองสีขาวทั่วไปทั้งบริเวณ

จากนั้น นำท่านชม เมืองคาซาบลังกา ผ่านย่านธุรกิจสำคัญ จัตุรัสสหประชาชาติหรือจัตุรัส โมฮัมเหม็ดที่ 5 และ วิวทิวทัศน์ริมมหาสมุทรแอตแลนติก

ชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan Mosque II) สุเหร่าริมทะเลที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะที่ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค ที่ถือเป็นอีกจุดชมวิวที่สวยงามจุดหนึ่งของเมือง ชม โบถส์คริสเตียน (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงาม แสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนาคริสต์

เย็น รับประทานอาหารที่ร้านอาหาร LE CABESTAN

ที่พัก

Radisson Blu Hotel, Casablanca City Center · เสนอไว้

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 3Rabat → Tangier

เมืองราบัต (Rabat) - เมืองแทนเจียร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

จากนั้น นําท่านออกเดินทางสู่เมืองราบัต (Rabat) ระยะทางประมาณ120 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง 3 นาที) เมืองหลวงมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 เมืองหลวงแห่งที่ 4 ของโมรอคโค ลักษณะเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงามบ้านเรือนเป็นสไตล์ฝรั่งเศส ผสมผสานศิลปะแบบมุสลิมโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2012นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึก(ภายนอก) กับ พระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่ประทับปัจจุบันของกษัตริย์แห่งโมร็อคโคนำท่านชมสุสานองค์สุลต่านโมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mohamed V Mausoleum) กษัตริย์ผู้กอบกู้อิสรภาพจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและสเปนและเป็นพระอัยกาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน ซึ่งสถาปนิกชาวเวียดนามเป็นผู้ออกแบบสุสานแห่งนี้โดยเริ่มก่อสร้างสุสานภายหลังที่สุลต่านโมฮัมเหม็ดที่ 5 สวรรคตไปแล้ว 6 ปีโดยองค์สุลต่านได้พระราชานุญาติให้นักท่องเที่ยวทุกชาติทุกศาสนา สามารถเข้าไปเยี่ยมชมและเคารพพระศพได้ โดยที่ประตูทางเข้าทั้ง 4ด้านจะมีทหารยามยืนสง่าเฝ้า ทุกประตู ภายในสุสานจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้านหนึ่งคือมัสยิดเก่าแก่ อีกด้านเป็นอาคารใหญ่ หรือ ก็คือสุสานนั่นเอง ชมหอคอยฮัสซัน สูง 44 เมตรสัญญลักษณ์ของเมืองราบัตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหอคอยของสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันนำท่านแวะถ่ายรูปป้อมอูดายา ตั้งอยู่เนินเขาที่ปากแม่น้ำ Bou Regreg ป้อมขนาดใหญ่ 2ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ป้อมปราการนี้มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12และถูกสร้างขึ้นในช่วงที่เรียกว่ายุคอัลโมฮัดภายใต้กาหลิบยาคุบอัลมันซูร์ จากนั้น นำท่านเดินทางไปยังเมืองแทนเจียร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2ชั่วโมง 50นาที) ผ่าน Cape Spartel และถ้ำ Hercules เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของ CapeSpartel และความมหัศจรรย์ทางโบราณคดีของถ้ำเฮอร์คิวลิส

จากนั้น นำท่านรับประทานอาหารเย็น

ที่พัก

Royal Tulip City Center Tanger · เสนอไว้

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 4Chefchaouen

เชฟเชาอูน (Chefchaouen)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณที่พัก

จากนั้น นำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมืองเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ2 ชั่วโมง ประมาณ 110 กม.) เชฟชาอูน (Chefchaouen) นครสีฟ้าที่ได้ชื่อว่า “มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโค”แม้ว่าโมรอคโคจะเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกาแต่เพราะการที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำให้ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนคล้ายตอนใต้ของอิตาลีและ สเปน เชฟชาอูน(Chefchaouen) ตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 540 ปีในอดีตก่อนที่โมรอคโคจะได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมดในปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลายอากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองเชฟชาอูนได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

อิสระให้ท่านได้มีโอกาสเดินเล่นในเมืองเชฟชาอูนสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาวและสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาวและมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดินเป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆประกอบกับอากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว แห่งนี้ทีเดียว

จากนั้น นําท่านรับประทานอาหารเย็น

ที่พัก

Dar Echchaouen Maison d'hôtes & Riad · เสนอไว้

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 5Fez

เฟซ (Fes)

  • รับประทานอาหารเช้า
  • ชม เมืองเฟซ (Fes) เมืองเก่าแก่ที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ของโมรอคโค เคยเป็นเมืองหลวงในช่วงศตวรรษที่ 8 และชมวิวที่ป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน
  • ชม พระราชวังแห่งเฟซ (The Royal Palace) ที่ส่วนงามมีจุดไฮไลท์คือบริเวณประตูทางเข้าของพระราชวังออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามตามเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค เดิมบริเวณพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิว เนื่องจากชาวยิวฉลาดทําการค้า สุลต่านและกษัตริย์ในอดีตจึงให้ชาวยิวมาเป็นบริวารอยู่โดยรอบวัง เพื่อการเก็บภาษีจากการค้าได้ง่ายขึ้น
  • เข้าชม เขาวงกตแห่งเมืองเฟซ (Maze of Fes) เมื่อเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนได้ข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต โดยถนนแต่ละเส้นได้แบ่งออกเป็น 100 เส้น มีซอยเล็กๆกว่า 10,000 ซอย โดยมีซอยแคบสุดคือ 50 เซนติเมตร ถึงกว้างสุดคือ 3 เมตร โดยจะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง ย่านขายพรม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ
  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • ชม เมอเดอร์ซา บัว อินนาเนียห์ (Merdersa Bou Imania) เป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ ที่ตั้งอยูในเขตเมืองเก่าออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าจะได้พบกับ นํ้าพุสาธารณะ (Nejjarine Fountain) สถานที่ที่ชาวมุสลิมใช้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด
  • เข้าชม สุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิสิทธิ์
  • สุเหร่าคาราอูวีนาห์ (Kairaouine Mosque) ที่เป็นทั้งสุเหร่าและมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งบริเวณด้านในจะอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น
  • จากนั้นนําท่านเดินชม ย่านเครื่องหนัง และชมบ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ให้อิสระในการเดินช้อปปิ้งเครื่องหนัง
  • รับประทานอาหารเย็น
ที่พัก

Palais Ommeyad suites & spa · เสนอไว้

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 6Fez → Merzouga → Sahara Desert

เฟซ (Fes) - เมอร์ซูก้าร์ (Merzouga) - ทะเลทรายซาฮารา (Sahara Desert) ***ระยะทางประมาณ 460 กิโลเมตร***

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

จากนั้น เดินทางสู่เมืองอิเฟราน (Ifrane) ระยะทาง70 กิโลเมตร เดินทางประมาณ 1ชั่วโมง 20 นาที เมืองตากอากาศที่ได้ชื่อว่าเป็น“เจนีวาแห่งโมรอคโค” ที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตรจากระดับน้ำทะเลทำให้มีอากาศสบายตลอดทั้งปีบรรยากาศของอาคารบ้านเรือนซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีหลังคาสีแดงโดดเด่นตัดกับอาคารสีขาวหรือสีไขไก่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในหมู่บ้านตุ๊กตา

จากนั้น เดินทางเข้าสูเขตเมือง Midelt ระยะทาง 130 กิโลเมตรเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง อันมีเสน่ห์ซึ่งมีชื่อเสียง ฟอสซิลและหิน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่เมือง Midelt

จากนั้นเดินทางสู่เขตทะเลทรายซาฮาร่าสู่เมืองอาร์คฟุนด์ (Erfoud) ระยะทาง 200 กิโลเมตร เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงเมืองที่มีโอเอซิสเป็นศูนย์กลางมักจะมีคาราวานเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย และซูดานเมืองอาร์คฟุนด์มีการทําระบบชลประทานใต้ดินเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ

**นำท่านสู่จุดพักรถ เพื่อเปลี่ยนรถจากรถบัสเป็นรถ 4WD / รถ 1 คันจะนั่งได้ 4 – 5 ท่าน (ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 20 – 30 นาที เข้าสู่ที่พักบริเวณทะเลทราย )

จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองเมอร์ซูการ์ (Merzouga) ด้วยระยะทาง 50 กิโลเมตรโดยจะต้องนั่งรถ 4WD เข้าไปยังทะเลทรายซาฮาร่า(Sahara)ทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อเข้าพักแคมป์เต็นท์ที่ทะเลทราย

*** กรุณานำสัมภาระแยกใส่กระเป๋าใบเล็กสำหรับที่พักโรงแรมบริเวณทะเลทราย ที่กระเป๋าใบใหญ่จะเก็บไว้ที่บัสใหญ่ และกระเป๋าใบเล็กจะย้ายมาที่ท้ายรถ 4WD เพื่อความสะดวก

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร

ที่พัก

Sahara Luxury Camp · เสนอไว้

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 7Merzouga → Skoura

เมอร์ซูก้าร์ (Merzouga) - สกูรา

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น นำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับภาพพระอาทิตย์ดวงโตๆค่อยๆโผล่ขึ้นจากสันทรายยามเช้าสาดส่องแสงสีทองปลุกทุกชีวิตให้ตื่นจากนิทราเป็นภาพแห่งความประทับใจหลังจากนั้นนำทุกท่านขึ้นรถ 4WD เพื่อกลับออกจากที่พักกลางทะเลทรายกลับขึ้นรถบัสเพื่อเที่ยวในสถานที่ต่อไป

จากนั้น เดินทางสู่ ท็อดดราจอร์จ (Todra George) ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาทีชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิสกับหน้าผาสูงชันแปลกตาบริเวณนี้ยังเป็นจุดปีนหน้าผาที่ได้รับความนิยมจากนักปีนผาจากทั่วโลกแวะชมโอเอซิสเต็นนีร์รูห์ (Tinghir Oasis) โอเอซิสกลางทะเลทรายที่สวยงามแปลกตาจากด้วยทัศนียภาพและต้นปาล์ม

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

เดินทางต่อไปยังSkouraใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทาง 130 กิโลเมตรเดินทางผ่านภูมิประเทศที่งดงามเพื่อไปยังSkoura ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องของโอเอซิสอันเขียวชอุ่มและคาสบาห์อันเก่าแก่

จากนั้น เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักเพื่อเช็คอิน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ

ที่พัก

L'ma Lodge, Skoura · เสนอไว้

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 8Ouarzazate → Marrakesh

วอซาเซท (Ouarzazate) - มาราเกซ (Marrakesh) ***ระยะทาง 210 กิโลเมตร***

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น จากนั้นเดินทางสู่ เมืองวอร์ซาเซท(Ouarzazate) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาทีระยะทาง 50 กิโลเมตร เมืองนี้เดิมเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของฝรั่งเศสเป็นสถานที่ตั้งกองกําลังทหารและศูนย์กลางการบริหารนอกจากนั้นเมืองนี้ยังใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง TheMummy, Gladiator, The Game of Thrones

เดินทางต่อไปบนเส้นทาง ถนนแห่งคาชซาบาห์(The Road of a Thousand Kasbahs) หรือ “ป้อมปราการนับพัน”เนื่องจากตลอดเส้นทางถนนมีปราสาทน้อยใหญ่แห่งเรียงรายสุดลูกหูลูกตานับไม่ถ้วน

เข้าชม พระราชวังคาชซาบาห์ทาวริส (Kasbah Taourirt) พระราชวังของตระกูลกลาวีที่ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆมากกว่า 300 ห้อง ตัวอาคารถูกสร้างแนบชิดติดกันเพื่อป้องกันแสงและความร้อนเส้นทางซับซ้อนวกวนเหมือนเขาวงกต

เดินทางสู่เมืองไอ บิน ฮาดู (Ait Ben Haddou) ระยะทาง 30 กิโลเมตร

เข้าชม คาชบาห์แห่งเมืองเอทเบนฮาดดู หรือ พระราชวังไอท์ เบนฮาดดู (Kasbah Of Ait Ben Haddou) เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่แห้งแล้งที่เชื่อว่าอาจเคยพบเห็นในภาพยนตร์ดังหลายๆเรื่องเช่น Lawrance of Arabia, Gladiator, Price of Persia และ The Game of Thrones ซึ่งปัจจุบันได้ร้บการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1987

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

จากนั้น เดินทางต่อไปยัง เมืองมาราเกซ(Marrakesh) เดินทางประมาณ3 ชั่วโมง ระยะทาง 180 กิโลเมตร ) เป็นเมืองแห่งทะเลทรายซาฮาร่าทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกและเป็นทะเลทรายที่ร้อนที่สุดของโลกอีกด้วยซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาสในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโคถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วงศ.ต.ที่11ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดสภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือสองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า PINK CITYหรือ เมืองสีชมพูอาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งจึงได้สมญานามว่าเป็น A CITY OF DRAMA นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

จากนั้น นําท่านรับประทานอาหารเย็น

ที่พัก

Movenpick Hotel Mansour Eddahbi Marrakech · เสนอไว้ · ที่พักตามแผนเดิม · รอยืนยัน

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 9Marrakesh

มาราเกซ (Marrakesh)

เช้า รับประทานอาหารเช้า

จากนั้น เข้าชม

สวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle)

หรือ สวนยิป แซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) สวนอันโดดเด่นด้วยสีน้ำเงินและสีเหลืองที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศส

เยี่ยมชม

พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace)

พระราชวังของท่านมหาอํามาตย์ ผู้สําเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต ที่ออกแบบตามสถาปัตยกรรมแนวสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ตัวพระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น การวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนวิจิตรบรรจงสวยงาม

กลางวัน รับประทานอาหารเที่ยง

จากนั้น ชม

มัสยิดคูทูเบีย (Koutoubia Mosque)

เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ที่โดดเด่นและสามารถมองเห็นได้จากเกือบทุกจุดของเมือง ผ่านชม จัตุรัสกลางเมือง (Djemaa Fnaa Square) ที่คึกคักไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และตลาดทั้ง 4 ด้านซึมซับกลิ่นอายแบบโมรอคโค

เดินทางต่อไปยัง

สุสานราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs)

ที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน(Saadian Dynasty) ที่ปัจจุบันได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงดงามภายใน งานศิลปะแบบมัวริส (Moorish) ความวิจิตรอลังการของห้องโถง และสวนด้านนอกที่สร้างเลียนแบบสวนสวรรค์ของพระอัลเลาะห์ (Allah’s Paradise)

เย็น รับประทานอาหารเย็น

ที่พัก

Movenpick Hotel Mansour Eddahbi Marrakech · เสนอไว้ · ที่พักตามแผนเดิม · รอยืนยัน

อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

วันที่ 10Marrakesh

มาราเกซ (Marrakesh) - อิสตัลบู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัยภายในโรงแรม

ก่อนเดินทางไปยังสนามบินนำท่านไป ชมสวนเมนารา Menara Garden สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองมาร์ราเกชประเทศโมร็อกโก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและมีมานานหลายศตวรรษ ซึ่งแต่เดิมสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำและล้อมรอบด้วยต้นมะกอกและสน มีตัวอาคารที่งดงามและเทือกเขาแอตลาสเป็นฉากหลังเป็นสวนต้นแบบที่ราชวงศ์โมรอคโคนิยมกันในเวลาต่อมา

จากนั้น ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางไปยังสนามบินมาราเกซMarrakesh Menara Airport

13.00 น. เดินทางถึงสนามบินมาราเกซนำท่านเช็คอิน

กลางวัน รับประทานตามอัธยาศัยภายในสนามบิน

16.25น. ออกเดินทางสู่อิสตัลบูล ประเทศตุรกี โดย สายการบิน Turkist Airlines เที่ยวบิน TK620 (ระยะเวลาบิน 5 ชั่วโมง 5 นาที)

23.30 น. ถึงสนามบินอิสตันบูล เพื่อพักเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมง

ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ไม่รวม

วันที่ 11ฺBangkok

กรุงเทพฯ

01.35 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ โดย สายการบิน Turkist Airlines TK068 (ระยะเวลาบิน 9 ชั่วโมง 30 นาที)15.25 น

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

ที่พัก
ไม่ได้ระบุที่พัก
อาหาร
เช้า: ตามคำขอ · กลางวัน: ตามคำขอ · เย็น: ตามคำขอ

TRACE THE JOURNEY

แผนที่เส้นทาง

เลือกวันเดินทางเพื่อสำรวจจุดแวะในโปรแกรม

หมุดแสดงพื้นที่หลัก · เลือกวันเพื่อซูมดูเมืองย่อย

กำลังเปิดแผนที่…

ภาพรวม 2 วัน / 1 พื้นที่หลัก

ภาพรวมรวมเมืองที่อยู่ใกล้กันเป็นพื้นที่หลักเพื่อให้อ่านง่าย เลือกวันในรายการเพื่อดูเมืองย่อย หมุดเป็นพิกัดอ้างอิงของเมือง ไม่ใช่จุดนัดหมาย และเส้นประบอกลำดับการเดินทาง ไม่ใช่แนวบินหรือเส้นทางขับรถจริง

พิกัดและแหล่งอ้างอิงของหมุด

STAY & EXPERIENCE

ที่พักและกิจกรรมระหว่างทาง

ACCOMMODATION

Radisson Blu Hotel, Casablanca City Center

Casablanca

โรงแรมใจกลาง Casablanca ใกล้ Boulevard Mohammed V

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

Radisson Blu Hotel, Casablanca City Center ตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารสไตล์อาร์ตเดโคของเมือง มีห้องพักและห้องสวีต พร้อมพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและประชุม

2 Boulevard Mohamed Diouri ใจกลางเมือง Casablanca ประเทศโมร็อกโก

ACCOMMODATION

Royal Tulip City Center Tanger

· ที่พัก 4 ดาว

สระว่ายน้ำกลางแจ้งและในร่ม, ศูนย์สปา, ห้องอาหาร, บริการ Wi-Fi ฟรี และที่จอดรถ

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

สระว่ายน้ำกลางแจ้งและในร่ม, ศูนย์สปา, ห้องอาหาร, บริการ Wi-Fi ฟรี และที่จอดรถ

ACCOMMODATION

Dar Echchaouen Maison d'hôtes & Riad

Chefchaouen

ริยาดใน Chefchaouen ใกล้แหล่งน้ำ Ras El Ma และเชิงเขา Rif

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

Dar Echchaouen Maison d'Hôtes & Riad เป็นที่พักใน Chefchaouen ที่ผสมงานตกแต่งแบบโมร็อกโกและอันดาลูเซีย มีสวน ระเบียง และสระว่ายน้ำกลางแจ้งตามฤดูกาล ทำเลใกล้แหล่งน้ำ Ras El Ma และย่านเมืองเก่า

ถนน Ras El Ma ย่าน El Onsar เมือง Chefchaouen ประเทศโมร็อกโก

ACCOMMODATION

Palais Ommeyad suites & spa

· ที่พัก 4 ดาว

• สระว่ายน้ำกลางแจ้งและสระว่ายน้ำในร่ม • บริการสปาครบวงจร ห้องนวด ซาวน่า และห้องอบไอน้ำ (Hammam) • ห้องอาหารให้บริการทั้งอาหารโมร็อกโกและอาหารนานาชาติ • บาร์ / รูมเซอร์วิส / บริการรับส่งสนามบิน • Wi-Fi ฟรี และที่จอดรถฟรี

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

• สระว่ายน้ำกลางแจ้งและสระว่ายน้ำในร่ม • บริการสปาครบวงจร ห้องนวด ซาวน่า และห้องอบไอน้ำ (Hammam) • ห้องอาหารให้บริการทั้งอาหารโมร็อกโกและอาหารนานาชาติ • บาร์ / รูมเซอร์วิส / บริการรับส่งสนามบิน • Wi-Fi ฟรี และที่จอดรถฟรี

ACCOMMODATION

Sahara Luxury Camp

Merzouga

ชื่อที่พักอ้างอิงจากโปรแกรมเดิม morocco วันที่ 6; ยังต้องยืนยันการจองจริงก่อนส่งลูกค้า

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

ชื่อที่พักอ้างอิงจากโปรแกรมเดิม morocco วันที่ 6; ยังต้องยืนยันการจองจริงก่อนส่งลูกค้า

อ้างอิงแผนเดิม · ยังไม่ยืนยันการจอง

ACCOMMODATION

L'ma Lodge, Skoura

· ที่พัก 4 ดาว

แอลมา ลอดจ์) เป็นเกสต์เฮาส์หรือที่พักสไตล์ริอาด (Riad) ระดับพรีเมียมที่ตั้งอยู่ในสวนปาล์ม (Palmeraie) ของเมือง Skoura ประเทศโมร็อกโก (ใกล้กับเมือง Ouarzazate และหุบเขา Dades/Draa)

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

แอลมา ลอดจ์) เป็นเกสต์เฮาส์หรือที่พักสไตล์ริอาด (Riad) ระดับพรีเมียมที่ตั้งอยู่ในสวนปาล์ม (Palmeraie) ของเมือง Skoura ประเทศโมร็อกโก (ใกล้กับเมือง Ouarzazate และหุบเขา Dades/Draa)

ACCOMMODATION

Movenpick Hotel Mansour Eddahbi Marrakech

Marrakesh

โรงแรมบน Avenue Mohammed VI ใกล้เมดินา Marrakech

รายละเอียดที่พักและห้องพัก

Mövenpick Hotel Mansour Eddahbi Marrakech ตั้งอยู่บน Avenue Mohammed VI มีห้องพัก ห้องอาหาร และพื้นที่สำหรับพักผ่อน เป็นจุดพักในเมืองก่อนออกไปเที่ยวเมดินาและย่านต่าง ๆ ของ Marrakech

Avenue Mohammed VI ย่าน Hivernage เมือง Marrakech ประเทศโมร็อกโก

DATES & DETAILS

เลือกรอบที่เหมาะกับคุณ

แผนนี้ยังไม่เปิดรับจอง

JOURNEY DETAILS

บริการและเงื่อนไข

บริการที่รวม
  • ค่าเครื่องบินตามที่ระบุไว้
  • ค่าพาหนะเดินทางตามที่ระบุไว้
  • ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุไว้
  • ค่าอาหารตามที่ระบุไว้
  • ค่าไกด์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ
  • ค่าผู้นำทริปชาวไทยตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าสถานที่และค่าภาษีธรรมเนียมต่างๆ
  • ค่าน้ำดื่มคนละ 1 ขวด/ท่าน/วัน
บริการที่ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ค่าเครื่องดื่มนอกเหนือจากมื้ออาหาร
  • ค่าทิปสำหรับคนขับรถ ไกด์ และ ผู้นำทริปชาวไทย
เงื่อนไข

ยังไม่ได้ระบุในแผนเผยแพร่