รู้จักกันก่อนไปสัมผัส

The Eagle Trans-Siberian Express เป็นรถไฟสุดหรูที่วิ่งบนเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียที่มีชื่อเสียงในรัสเซีย  และเป็นเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก ดำเนินการโดย Golden Eagle Luxury Trains ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการให้บริการการเดินทางด้วยรถไฟระดับไฮเอนด์ในรัสเซีย เอเชียกลาง และยุโรป

มุมมองจากหน้าต่างรถที่เห็นภูมิทัศน์ทุ่งหญ้าเขียวขจีและเนินเขาเตี้ยๆ ทอดยาวไปจนถึงขอบฟ้า

การเดินทางโดยรถไฟจะพาผู้โดยสารจากมอสโกไปยังวลาดิวอสต็อก (Moscow to Vladivostok) และวลาดิวอสต็อกไปยังมอสโก (Vladivostok to Moscow) ซึ่งมีระยะทางกว่า 9,288 กิโลเมตร การเดินทางจะอยู่บนรถไฟถึง 15 วัน/14 คืน รถไฟสายนี้จะพาเราเดินทางข้ามเส้นแบ่งเวลาโลก (Time zone) ถึง 7 เส้นแบ่งเขตเวลาด้วยกัน โดยข้ามจากขอบชายสุดของเอเชียตะวันออกสู่เขตชายแดนตะวันตกแห่งทวีปยุโรป การเดินทางรถไฟสายนี้ซึ่งจะมีการจอดแวะตามสถานที่ท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ในแพคเกจ มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 16,995 - 36,895 USD และผู้โดยสารสามารถเลือกเดินทางในห้องโดยสารระดับ Silver หรือ Gold Class

เลือกห้องโดยสาร Silver Class  หรือ Gold Class ดี??

ห้องโดยสารระดับ Silver บนรถไฟ Eagle Trans-Siberian Express สำหรับผู้โดยสาร 2 คน และมีห้องน้ำส่วนตัวในตัวพร้อมฝักบัว ห้องโดยสาร Gold Class มีขนาดใหญ่ขึ้น และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 3 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม เช่น เครื่องเล่นดีวีดี/ซีดี มินิบาร์ และห้องน้ำขนาดใหญ่

ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ในเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย

Kremlin

เป็นอาคารป้อมปราการตั้งอยู่ใจกลางกรุงมอสโก เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เช่น

  • พระราชวังเครมลิน (Kremlin) เป็นจุดกำเนิดอันยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์รัสเซียที่มีอายุยาวนานกว่า 850 ปี
  •  พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ (Kremlin Armoury Chamber) ซึ่งได้เก็บรวบรวมศาสตราวุธต่างๆ ที่ใช้ในการสงคราม รวมถึงเครื่องประดับ และของมีค่ามากมายของกษัตริย์ตั้งแต่สมัยอดีต
  • พิพิธภัณฑ์พระคลังเพชร (The Kremlin’s State Diamond Fund) ที่จัดแสดง เพชร ทองคำมรกต อำพัน และอัญมณีมีค่ามากมาย
กลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมที่มีโดมสีทองและหอคอยสีแดงอิฐประดับด้วยนาฬิกา ตั้งอยู่ใต้ท้องฟ้าสีแดงส้ม
Kremlin
ภาพทิวทัศน์ของแม่น้ำที่มีสะพานทอดข้าม โดยมีกลุ่มอาคารที่มีหอคอยและยอดโดมตั้งอยู่ริมฝั่ง ภายใต้ท้องฟ้าสีชมพูและส้ม
Kremlin

เมืองคาซาน (Kazan)

เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐตาตาร์สถานในรัสเซีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศบนฝั่งแม่น้ำโวลก้า (Volga River)

  • เครมลินแห่งคาซาน (Kazan Kremlin) อันเป็นราชธานีและเมืองป้อมเก่าของรัฐข่านแห่งคาซาน
  • ป้อมปราการเครมลิน (Kremlin Fortress) เป็นสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงและโดดเด่นที่สุดในมอสโก และเป็นมรดกโลกของ UNESCO ป้อมปราการเครมลินประกอบด้วยพระราชวัง วิหาร พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ราชการหลายแห่ง นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ตั้งของอำนาจในรัสเซียมานานหลายศตวรรษ
ภาพทิวทัศน์ของป้อมปราการเครมลินที่มีหอคอยสีแดงและอาคารสีขาวหลังคาโดมสีทองตั้งอยู่ริมแม่น้ำ
Kremlin Fortress
ภาพอาคารอิฐสีแดงที่มีหอคอยยอดแหลมประดับดาวสีทอง ตั้งอยู่ใต้ท้องฟ้าสีส้มอมชมพูในยามเย็น
Kremlin

เมืองเยคาเทรินเบิร์ก (Yekaterinburg)

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1723 โดย Peter the Great เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาอูราล ที่รู้จักกันในชื่อ ในชื่อ Great Divide และเป็นพรมแดนกั้นระหว่าง ยุโรป และเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ประหารชีวิตซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัวของเขา นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมนี้ได้ที่ Church on Blood ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นที่ที่มีการประหารชีวิต

ภาพมุมสูงของเมืองเยคาเตรินบูร์กในยามพลบค่ำ แสดงให้เห็นแม่น้ำที่ทอดตัวผ่านเมือง สะพานหลายแห่ง และอาคารสูงที่ประดับไฟสว่างไสว
Yekaterinburg

ทะเลสาบไบคาล (LAKE BAIKAL)

เป็นจุดแวะพักที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของการเดินทาง และเป็นไฮไลท์สําคัญในการเดินทางข้ามไซบีเรีย ทะเลสาบไบคาลเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก และมีน้ําจืด 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก หรือที่เรียกว่า “ไข่มุกแห่งไซบีเรีย” ยังเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์ UNESCO  ที่นี่คุณสามารถล่องเรือ เดินป่าไปตามชายฝั่ง หรือแม้แต่เล่นสเก็ตน้ำแข็งในฤดูหนาว

ทิวทัศน์ของผาหินสีน้ำตาลตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งสีขาวและแผ่นน้ำแข็งแตกเป็นชิ้นๆ ภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าใส
ทัศนียภาพของทะเลสาบไบคาลที่พื้นผิวน้ำแข็งมีรอยแตกเป็นเส้นสีขาวตัดกับสีน้ำเงินเข้ม โดยมีภูเขาหินตั้งอยู่เบื้องหลัง

Ulaan Baatar

ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่นำโดยเจงกีสข่าน ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ สถานที่เที่ยวสำคัญคือ Gandantegchinlen แปลว่า “สถานที่แห่งความสุขอันยิ่งใหญ่” เป็นหนึ่งในอารามทางพุทธศาสนาที่สําคัญที่สุดของมองโกเลียซึ่งมีชุมชนพระภิกษุสงฆ์กว่า 500 รูป รวมถึงรูปปั้นพระอวโลกิเตศวรสูง 26 เมตร ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าแห่งความเมตตา

วิวทะเลสาบไบคาลที่ขอบน้ำแข็งปกคลุม มีอาคารทรงกลมสีขาวหลังคาสีแดงตั้งอยู่บนโครงสร้างไม้ยื่นออกไปทางขวา

การท่องเที่ยวด้วยรถไฟถือเป็นการพักผ่อน และผ่อนคลายอย่างหนึ่ง เพราะคุณจะได้สัมผัส และชมวิวอันยิ่งใหญ่ของการนั่งรถไฟ นอกจากนี้ Patourlogy ยังมีทัวร์รถไฟสุดหรูสายทรานส์ไซบีเรีย ในช่วงฤดูหนาว  และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายฤดู ซึ่งแต่ละฤดูจะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป แต่รับรองได้เลยว่า ไม่ว่าจะไปฤุดูไหน จะได้เห็นความยิ่งใหญ่แน่นอน ถ้าใครสนใจสามารถติดต่อได้ทาง Facebookและ Line ได้เลย

หรือถ้าใครอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร  โดยเราจะนำความรู้ดีๆ สาระดีๆ หรือประวัติศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ มาบอกเล่าเรื่องราวให้ได้อ่านกัน สามารถติดตาม หมอๆ ตะลุยโลก และPatourlogy  หรือถ้าใครต้องการท่องเที่ยวแบบเป็นกรุ๊ปส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นอกกระแส ขั้วโลกเหนือยังขั้วโลกใต้ ที่ประทับใจยันโลกหน้า สามารถติดต่อทาง Facebookและ Line ได้เลย เรายินดีพร้อมบริการทุกคนเป็นอย่างยิ่ง