ทางรถไฟสาย "ทรานส์มองโกเลีย"
ทางรถไฟสาย "ทรานส์มองโกเลีย" ระยะทางเกือบ 8 พันกิโลเมตร ถ้าใช้เครื่องบินก็ไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับเป็นเส้นทางรถไฟที่เรียกได้ว่าดังที่สุดในโลก และทุกคนก็ต่างมีความฝันที่จะได้มาอยู่บนขบวนโบกี้อย่างน้อยสักครั้งในชีวิต ทีมงาน Patourlogy ขอพาทุกท่านไปดูบรรยากาศตลอด 2 ข้างทางว่ามันสวยสดงดงามเพียงใด
ก่อนอื่นขอเชิญชมคลิปวีดีโอสุดสร้างแรงบันดาลใจก่อนได้เลยครับ
เอาละครับ หลังจากนี้เรามาเข้าสู่ส่วนของบทความกันต่อ
ปักกิ่ง จุดเริ่มต้น เส้นทางรถไฟสาย ทรานส์มองโกเลีย

กรุงปักกิ่ง ราชธานีแห่งอาณาจักรจีนอันยิ่งใหญ่ กรุงปักกิ่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางเส้นทางรถไฟสายนี้
โดยปกติไฟลต์บินจากกรุงเทพ จะมีมาถึงปักกิ่งในช่วงบ่ายหรือเช้ามืดของแต่ละวัน เราสามารถจัดตารางการเดินทางให้ลงตัวได้หรือจะมาพักอีกสักคืนเพื่อเที่ยวเมืองโบราณอันเก่าแก่แห่งนี้
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในปักกิ่ง มีดังนี้ แนะนำแบบไฮไลท์
- กำแพงเมืองจีน
- พระราชวังต้องห้าม
- พระราชวังฤดูร้อน
- จัตุรัสเทียนอันเหมิน
ขบวนรถไฟ K3 หรือ K23 ขบวนรถไฟแห่ง ทรานส์มองโกเลีย

บนเส้นทางสายทรานส์มองโกเลียนั้น ช่วงเส้นทางระหว่างกรุงปักกิ่ง-อูลันบาตอร์ นั้นหลายๆคนเลือกที่จะใช้วิธีอื่นๆแทน เช่นการนั่งรถไปชายแดนแล้วค่อยต่อรถไฟฝั่งมองโกเลียอีกที อาจจะเพราะเพื่อประหยัดเงินค่ารถไฟ (ซึ่งเป็นความจริง) หรืออาจจะเพราะตารางเวลารถไฟที่ออกไม่เหมาะสมกับการเดินทาง (ซึ่งก็จริง เพราะไม่ได้มีทุกวัน) แต่จริงๆแล้วรถไฟเส้นทางนี้ผมว่าเป็นหนึ่งในจุดที่สวยที่สุดของเส้นทางสายนี้เลยก็ว่าได้ ทันทีที่เราออกจากกรุงปักกิ่งมาไม่นาน รถไฟจะไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมุดเข้าไปอยู่ในเขตภูเขา เราก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าจริงๆแล้วกรุงปักกิ่งนี่มีป้อมปราการธรรมชาติเป็นภูเขาแนวยาวตลอดเส้นทางเลยทีเดียว ช่วงนี้จะมีอุโมงค์ที่เจาะทะลุภูเขากว่า 50-60 อุโมงค์ได้ และทุกๆครั้งที่รถไฟโผล่พ้นจากอุโมงค์เราก็จะพบกับโตรกผาและแม่น้ำแบบอลังการตลอดเส้นทาง และที่พลาดไม่ได้ก็คือกำแพงเมืองจีนนั่นเอง ที่เราจะเห็นได้จากหน้าต่างรถไฟเลยเช่นกัน ผมมีเทคนิคเรื่องรถไฟเส้นทางนี้เล็กน้อย เส้นทางปักกิ่งไปมองโกเลียจะมีรถไฟทั้งหมด 2 ขบวน 1.) K3 ออกทุกๆวันพุธ วิ่งยาวไปมอสโคว ขบวนนี้มักจะไม่เปิดให้จองล่วงหน้ายาวๆสำหรับผู้ที่ไปแค่มองโกเลียเพราะเขาอยากได้ผู้ที่ขึ้นยาวๆมากกว่า 2.) K23 ออกทุกๆวันอังคาร อันนี้จะวิ่งไปจบแค่อูลันบาตอร์ สภาพโบกี้ใหม่กว่า K3 มาก สภาพด้านในรวมถึงห้องน้ำถูกปรับใหม่ใกล้เคียงอารมณ์เดียวกับเครื่องบินเลยครับ ถ้าจะไปแค่มองโกเลียผมแนะนำใช้ขบวนนี้เป็นหลัก พอออกจากเขตปักกิ่งไป ขึ้นสู่ด้านเหนือเข้าสู่เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (Inner Mongolia) คราวนี้สภาพภูมิประเทศก็จะกลายเป็นทะเลทรายโกบีแล้วครับก่อนจะไปพีคที่สุดกับทุ่งหญ้าสเตปป์ในฝั่งมองโกเลียช่วงก่อนจะเข้าสู่เมืองหลวงครับ
ทางช้างเผือกเหนือทางรถไฟ

นั่งรถไฟไปดูทางช้างเผือก ทะเลทรายโกบี ชายแดนประเทศจีน - มองโกเลีย ทะเลทรายนั้นขึ้นชื่อเรื่องฟ้าใสอยู่แล้วครับ เพราะโอกาสจะเกิดฝนตกนั้นยากมากๆ ทะเลทรายโกบีก็ไม่มีข้อยกเว้น อย่าลืมพกกล้องดีๆไปสักตัวเก็บภาพบรรยากาศกลับมา
เดินทางสู่มองโกเลีย

ตอนที่เราขึ้นรถไฟใหม่ๆ ถ้าใครใช้ขบวน K23 ตู้เสบียงจะเป็นของจีนครับ อาหารก็แบบจีนๆเลย แต่หลังจากเข้าแผ่นดินมองโกเลีย เขาจะเปลี่ยนตู้เสบียงด้วยเช่นกัน ทีมงานชาวจีนจะไม่ได้ข้ามแดนมากับเราด้วย ทีมงานพ่อควรแม่ครัวเป็นชาวมองโกลหมดครับ แต่ที่พีคคือภายในตู้สวยงามมากกกกก แนะนำว่าถ้ามีโอกาสก็ไปกินข้าวของเขาสักมื้อนะครับ จะได้นั่งชมวิวจากในนี้ บรรยากาศดีกว่าในห้องนอนครับ

ช่วงระยะทาง 50-100 กิโลเมตรก่อนถึงเมืองหลวงอูลานบาตอร์ ผมบอกเลยห้ามพลาด ห้ามหลับ ไม่งั้นคุณจะเสียใจไปจนตาย โค้งสวยๆของทางรถไฟอยู่แถวนี้หมดครับ ในภาพเป็นส่วนที่เรียกว่า Ger District หรือที่อยู่อาศัยแบบเกอร์ของคนท้องถิ่น

อีกหนึ่งสถานที่ที่ควรมาสำหรับอูลานบาตอร์คือ การมาที่ วัดกานดาน (Gandan monastery) ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดของเมืองหรือประเทศก็ว่าได้ ที่นี่เป็นวัดสไตล์วัชรยานครับ เราสามารถเข้าไปในส่วนของอารามด้านในได้ ดูการทำวัตรสไตล์ทิเบต รวมถึงการเข้าไปขอพรสำหรับการเดินทางไกลของเราในครั้งนี้ครับ
อนุสรณ์สถานเจงกิสข่าน (Tsojin Boldog)

ทางไปอุทยานแห่งชาติ Terei่j ทุกคนมักจะควบสถานที่แห่งนี้ด้วยเสมอ ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะอ้อมมาไม่ไกลครับ ที่นี่เป็นเหมือนอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของประเทศเลยก็ว่าได้ ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มองโกล และเราสามารถขึ้นลิฟต์ไปยังบริเวณศีรษะของม้าท่านข่านเพื่อถ่ายรูปกับเจงกิสข่านระยะประชิดได้ครับ
อุทยานแห่งชาติ Terelj National park

เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุด มีชื่อเสียงโด่งดังจากทิวทัศน์และบรรยากาศที่งดงาม
หินรูปเต่า ถ้าเราเห็นหินก้อนนี้เมื่อไร แสดงว่าเรามาถึงอุทยานแห่งชาติ Tereij เป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า อุทยานแห่งชาตินี้ อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ทีนี้เป็นที่ๆทุกคนมักจะมาหาเกอร์นอนกันครับ มีทั้งแบบสไตล์โรงแรม หรือ แบบโฮมสเตย์แล้วแต่คนชอบ

กิจกรรมการขี่ม้าเป็นกิจกรรมที่ทางทีมงาน Patourlogy จะจัดให้กับลูกทัวร์ทุกๆท่าน ท่านจะได้อยู่บนหลังอานของม้าสายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง อดีตพาหนะคู่ใจของกองทัพเจงกิสข่าน

อาราม Arayapala อารามแห่งนี้อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ เราต้องเดินมาครับ แล้วแต่ว่าที่พักเราอยู่ไกลแค่ไหน ถ้าเลือกใกล้ๆก็เดินใกล้ ถ้าไกลก็เดินไกลครับ ทีนี่สำหรับผมแล้ว "ต้องมา" ครับ เพราะวิวจากข้างบนมันแจ่มเหลือหลาย ไม่ต้องพึ่งโดรนครับ พึ่งแต่ขาทั้งสองข้างของเรานี่ละ

ออกจากมองโกเลีย ผ่านเข้าสู่ประเทศรัสเซีย วิ่งลัดเลาะไปริมทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)
เมือง Port Baikal ที่นี่คือเมืองใหญ่ที่อยู่ติดทะเลสาบทางรถไฟช่วงนี้คืออีกหนึ่งช่วงที่สวยที่สุดในเส้นทางเกือบแปดพันกิโลเมตรสายนี้ครับ ใครนอนต้องปลุกขึ้นมา ไม่งั้นถือว่าไม่รักเพื่อนครับ
เข้าสู่เขตไซบีเรียที่เกาะโอลค่อน (Olkhon island)
เกาะโอลค่อนตั้งอยู่ที่ทะเลสาบไบคาล เป็นที่อยู่ของชนไซบีเรียขนานแท้ ในช่วงฤดูร้อนเราต้องนั่งเรือข้ามมา แต่ถ้าเป็นในฤดูหนาวน้ำบนพื้นผิวของทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งสิ้นรถจะสามารถวิ่งผ่านมาได้เลย

ชุดชมวิวหินชาแมน (Shaman rock) เป็นจุดชมวิวชื่อดังที่สุดของที่นี่

วิวทะเลสาบไบคาลเมื่อมองจากแหลมสามพี่น้อง หลังจากนี้เราจะกลับมาขึ้นรถไฟกันต่อเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองถัดไป
สถานีรถไฟระหว่างทางที่ห้ามพลาดของทรานส์มองโกเลีย

ระยะทางหลายพันกิโลเมตรกับเวลาหลายวันที่เราอยู่บนรถไฟ เราจะผ่านสถานีต่างๆหลายสิบหรืออาจจะถึงร้อยได้ ทั้งเล็กทั้งใหญ่คละเคล้ากันไป สถานีเหล่านี้ผมแนะนำให้ทุกคนได้ลงมาเดินยืดเส้นยืดสาย ถ้ามีโอกาสได้ผ่านไปนะครับ
- สถานีเมือง Krasnoyark
- สถานีเมือง Novosibirsk
- สถานีเมือง Yekaterinburg
เมือง Yekaterinburg

สำหรับคอประวัติศาสตร์เช่นผมแล้ว ทีนี่คือเมืองที่สำคัญมากๆในแง่ของประวัติศาสตร์ เพราะเมืองนี้คือบทสรุปสุดท้ายของเหล่าสมาชิกในราชวงศ์โรมานอฟของจักรวรรดิรัสเซียในสมัยก่อนนั่นเอง ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มากมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ
- ภาพ Ganina Yama - สมเด็จพระราชินิอเล็กซานดรา พระธิดา และ พระโอรส
กรุงมอสโคว (Moscow)

ในที่สุดระยะทางกว่าแปดพันกิโลเมตร เราก็เดินทางมาถึงเมืองสุดท้ายของเส้นทางรถไฟแห่งความแห่งนี้ เราเริ่มต้นการเดินออกจากเอเชียแต่ตอนนี้เรามาอยู่ในเขตของทวีปยุโรปแบบสมบูรณ์แบบแล้ว

บรรยากาศเคลมลิน (Kremlin) และแม่น้ำมอสควา (Moskva) ยามค่ำคืน

ที่จัตุรัสแดง (Red Square) เปิดไฟตลอดคืนนะครับ เที่ยวได้อย่างปลอดภัย แถมสวยกว่าตอนกลางวันเสียอีก
สนใจร่วมเดินทางกับพวกเรา
เรามีจัดทริปการเดินทางให้กับท่านที่สนใจการเดินทางแบบนี้ การเดินทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียความฝันของทุกคน เรายินดีเป็นผู้ทำความฝันของคุณให้เป็นความจริง ทริปการเดินทางของเราเหมือนกับงานศิลปะหนึ่งชิ้นที่ได้รับการออกแบบดีไซน์และตกแต่งจนกลายเป็นสุนทรียภาพแห่งการเดินทางที่แท้จริง
ไม่ว่าท่านจะมาคนเดียว เป็นคู่ เป็นครอบครัว ก็ลงตัวด้วยการจัดสรรที่พักทั้งบนรถไฟและโรงแรมอย่างสะดวกสบาย ผ่านสามประเทศหลักในเขตทุ่งหญ้าแห่งมองโกลที่จะมอบความทรงจำที่ไม่มีวันลืม
ติดตามแผนการเดินทางประจำปี พ.ศ.2565 เป็นต้นไปได้ที่นี่
หรือถ้าหากท่านต้องการให้เราจัดกลุ่มส่วนตัวสำหรับครอบครัวของท่าน เราก็ยินดีเช่นกันเพื่อจะทำให้การเดินทางข้ามทวีปครั้งนี้เป็นความทรงจำที่ดีแบบไม่มีวันลืม
- สอบถามเพิ่มเติม โทร : 096 640 4534
- แอด Line : https://line.me/R/ti/p/%40patourlogy




