ลอนดอน... มหานครแห่งเกาะอังกฤษนับเป็นจุดหมายปลายทางในอุดมคติของใครหลายคน เมืองหลวงสหราชอาณาจักรเต็มไปด้วยสถานที่น่าตื่นตา ไม่ว่าจะเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ ลอนดอนอาย (London Eye) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป หรือถนนอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford Street) จุดแวะพักของขาช็อปที่มีร้านค้าแบรนด์ดังกว่า 300 ร้านให้เลือกสรร

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า นอกจากลอนดอนจะเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าของทวีปยุโรปแล้ว มหานครแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งเมืองเก่าแก่ที่สุดของโลกเช่นกัน

ลอนดอนเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของชาวโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 1 โดยชื่อลอนดอนที่เราเรียกกันในปัจจุบันก็มีที่มาจาก ลอนดินิอุม (Londinium) ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวโรมันใช้เรียกขานสถานที่แห่งนี้ และหลังจากสมัยโรมันเป็นต้นมา ลอนดอนก็ถูกปกครองต่อมาโดยชาวแซ็กซอน (Saxons) เดน (Danes) และนอร์มัน (Normans) ตามลำดับ ก่อนถูกสถาปนาเป็นเมืองหลวงประเทศอังกฤษอย่างเป็นทางการ

ในปีค.ศ. 1066 ลอนดอนจึงเป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่ไม่เคยถูกทิ้งร้างและมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ทั่วทุกมุมเมืองเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และในวันนี้ ทีมงานพาทัวร์โลจี้จึงจะพาคุณย้อนเวลาไปตามหาถนนสายประวัติศาสตร์ที่ย่านต่างๆ ในลอนดอน ถ้าพร้อมแล้วละก็ มาดูกันดีกว่าว่า มีถนนสายใดน่าสนใจบ้าง

ตรอกแคบระหว่างอาคารอิฐในเวลากลางคืน มีป้ายสีแดงเขียนว่า 'THE DEAF OR DRILLY' และแสงไฟสว่างที่ทางเดิน
ถนนไวท์ชาเปล (Whitechapel Road)

ถนนไวท์ชาเปล (Whitechapel Road)

มาเริ่มกันที่ถนนชื่อดังในเขตอีสต์เอนด์ (East End) ทางตะวันออกของลอนดอน หลายคนคงร้องอ๋อในใจเมื่อได้ยินชื่อนี้ โดยเฉพาะแฟนๆ คดีระทึกขวัญสั่นผวา

ใช่แล้ว! ไวท์ชาเปลเคยเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องระหว่างปีค.ศ. 1888 ถึง ค.ศ. 1891 ที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของแจ็กเดอะริปเปอร์ (Jack the Ripper) ฆาตกรลึกลับที่ตัวตนยังคงเป็นปริศนา

คดีเขย่าขวัญในครั้งนั้นถูกเรียกตามชื่อถนนสายนี้ว่า คดีฆาตกรรมไวท์ชาเปล (Whitechapel Murders) เหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นหญิงโสเภณี เนื่องจากในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไวท์ชาเปลและอีสต์เอนด์ถือเป็นย่านเสื่อมโทรมในลอนดอน ฆาตกรได้เชือดคอเหยื่อเคราะห์ร้าย ก่อนลงมือชำแหละร่างกายและเฉือนอวัยวะภายในออก แม้จะเป็นคดีที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ทว่าในปัจจุบัน ชื่อของแจ็กเดอะริปเปอร์และคดีสะเทือนขวัญกลับกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความลึกลับ

ถนนไวท์ชาเปลจึงเต็มไปด้วยสถานที่เกี่ยวข้องกับแจ็กเดอะริปเปอร์ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์แจ็กเดอะริปเปอร์ (Jack the Ripper Museum) ที่เปิดอย่างเป็นทางการในค.ศ. 2015 ภายในจัดแสดงสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย รวมถึงเอกสารและหลักฐานที่ตำรวจสมัยนั้นใช้ในการสืบคดี ตรอกจอร์จยาร์ด (George Yard Alley) หนึ่งในจุดก่อเหตุฆาตกรรม เป็นต้น

ภาพมุมสูงของหอคอยลอนดอนที่มีกำแพงหินสีเทาและสนามหญ้าสีเขียวอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ โดยมีสะพานทาวเวอร์บริดจ์สีน้ำเงินทอดข้ามแม่น้ำอยู่ด้านหลัง
หอคอยลอนดอน (Tower of London)

ถนนทาวเวอร์ฮิลล์ (Tower Hill Street)

หากคดีฆาตกรรม 11 ศพที่ไวท์ชาเปลยังทำให้ขนหัวลุกไม่พอละก็ ทาวเวอร์ฮิลล์จะเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปของคุณ ทาวเวอร์ฮิลล์เป็นที่ตั้งของ หอคอยลอนดอน (Tower of London) หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของอังกฤษ ในอดีตถนนสายนี้เคยเป็นลานที่ใช้ในการประหารนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังในหอคอยลอนดอน

ตั้งแต่ค.ศ. 1381 จนถึงค.ศ. 1747 ทาวเวอร์ฮิลล์ถูกใช้เป็นจุดประหารนักโทษกลางแจ้งเป็นเวลาเกือบ 4 ศตวรรษ ชาวลอนดอนทุกเพศทุกวัยในอดีตต่างแสวงหาความบันเทิงด้วยการรับชมวาระสุดท้ายของนักโทษที่โชคร้าย แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีการประหารชีวิตกลางแจ้งอีกต่อไป แต่คนในพื้นที่ก็ยังเชื่อว่า ถนนทาวเวอร์ฮิลล์เป็นหนึ่งในสถานที่ผีดุที่สุดในลอนดอน ทุกวันนี้ทั้งถนนและหอคอยลอนดอนจึงกลายเป็นจุดดึงดูดผู้มาเยือนทั่วทุกมุมโลกที่ชื่นชอบเรื่องลี้ลับ

ถนนที่มีรถแท็กซี่สีดำและรถเก๋งสีเงินวิ่งอยู่ มีป้าย HAYS และป้าย ON YOUR BIKE ติดอยู่บนอาคารอิฐสองฝั่ง
ถนนทูลีย์ (Tooley Street)

ถนนทูลีย์ (Tooley Street)

ทูลีย์ เป็นถนนที่เชื่อมลอนดอนกลางและใต้เข้าด้วยกัน ถนนสายยาวแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่ยังคงถูกเล่าขานกันในหมู่ชาวลอนดอน ในปี 1861 ถนนทูลีย์ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ อัคคีภัยในครั้งนั้นนับเป็นครั้งที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษเลยก็ว่าได้ เหตุเพลิงไหม้ดำเนินต่อไปกว่า 2 สัปดาห์และคร่าชีวิตนักผจญเพลิงหลายศพ

ภายหลังเหตุอัคคีภัยที่ถนนทูลีย์ รัฐสภาได้ออกกฎหมายรักษาความปลอดภัยหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการวางผังอาคาร หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ติดไฟง่าย ปัจจุบันถนนทูลีย์ไม่ได้เกิดเพลิงไหม้อีกต่อไป อนุสาวรีย์นักผจญเพลิงถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมของพวกเขาในครั้งนั้น

นอกจากสถานที่เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ ถนนทูลีย์ยังเคยเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์โอลาฟ (St Olave’s Church) ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 เพื่อเป็นเกียรติแก่โอลาฟ แฮราล์ดส์ซัน (Olav Haraldsson) กษัตริย์นอร์เวย์ที่มีคุณูปการต่อคริสต์ศาสนาในสแกนดิเนเวีย แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีโบสถ์เซนต์โอลาฟอยู่แล้ว แต่โบสถ์นี้ก็เคยเป็นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในลอนดอน ถนนทูลีย์จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คอประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด

ถนนคอร์นฮิลล์ (Cornhill Street) มีอาคารสูงเรียงรายสองฝั่ง มีนาฬิกาแขวนขนาดใหญ่บนเสา และผู้คนเดินอยู่บนทางเท้า
ถนนคอร์นฮิลล์ (Cornhill Street)

ถนนคอร์นฮิลล์ (Cornhill Street)

ถนนคอร์นฮิลล์ อยู่ที่ใจกลางกรุงลอนดอน ปัจจุบันย่านที่ว่าถือเป็นศูนย์กลางการเงินและเศรษฐกิจของประเทศอังกฤษเลยก็ว่าได้ ในอดีตคอร์นฮิลล์เองก็เป็นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านเช่นกัน คอร์นฮิลล์เป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์ไมเคิล (St Michael) และโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St Peter) ที่ออกแบบโดยเซอร์คริสโตเฟอร์ เวร็น (Sir Christopher Wren) สถาปนิกชื่อดังในคริสต์ศตวรรษที่ 17

คริสต์ศาสนิกชนถือว่าโบสถ์ทั้งสองมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ที่สร้างขึ้นบนฐานศาสนสถานโรมันโบราณในคริสต์ศตวรรษที่ 1 นอกจากสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ถนนคอร์นฮิลล์ยังเคยเป็นที่ตั้งคาเฟ่ต์แห่งแรกในอังกฤษที่ดำเนินกิจการโดยชาวอิตาเลียนในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่สายมูและคอกาแฟต่างต้องมาสัมผัส

ภาพจัตุรัสทราฟัลการ์ที่มีเสาสูงตั้งอยู่กลางลาน มีผู้คนจำนวนมากเดินอยู่โดยรอบ และอาคารสูงหลายหลังตั้งอยู่เป็นแนว
จัตุรัสทราฟัลการ์ (Trafalgar Square)

จัตุรัสทราฟัลการ์ (Trafalgar Square)

จัตุรัสทราฟัลการ์ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นคอกม้าหลวงในรัชสมัยของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 (Edward I) แห่งราชวงศ์แพลนตาเจเน็ต (Plantagenet) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 และถูกใช้งานเรื่อยมาจนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่มีการปรับปรุงผังเมืองลอนดอนครั้งใหญ่

จัตุรัสแห่งนี้ได้ถูกเลือกให้เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงชัยชนะของกองทัพเรืออังกฤษที่สู้ศึกใน สมรภูมิทราฟัลการ์ (Battle of Trafalgar) กับกองทัพฝรั่งเศสของนโปเลียนในปี 1805 จัตุรัสจึงถูกเรียกว่าทราฟัลการ์เพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารในยุทธนาวีครั้งนั้น

ปัจจุบันจัตุรัสทราฟัลการ์เป็นหนึ่งในจุดเช็คอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยว สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ เสาเนลสัน (Nelson’s Column) อนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพลเรือเอกโฮเรชิโอ เนลสัน (Horation Nelson) ผู้สละชีพในสมรภูมิทราฟัลการ์ และรูปหล่อสำริดรูปสิงโตทขนาดใหญ่ที่ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปกัน

ถนนในเมืองที่มีป้าย BUS STOP บนพื้นทางเท้า ด้านซ้ายมีประติมากรรมรูปคนจำนวนมากติดอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยมสีเข้ม พื้นหลังเป็นอาคารสไตล์ยุโรปและหอคอยนาฬิกา
ถนนไวท์ฮอลล์ (Whitehall Road)

ถนนไวท์ฮอลล์ (Whitehall Road)

ถนนไวท์ฮอลล์ อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากจัตุรัสทราฟัลการ์ ชื่อของถนนและย่านนี้ถูกตั้งขึ้นตามพระราชวังไวท์ฮอลล์ (Palace of Whitehall) อาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 13 และเป็นที่ประทับของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์อังกฤษตั้งแต่ปี ค.ศ. 1530 จนถึง ค.ศ. 1698

ไวท์ฮอลล์มีชื่อเสียงในฐานะราชฐานโปรดของกษัตริย์เฮนรีที่ 8 (Henry III) แห่งราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor) สถานที่แห่งนี้เองที่เฮนรีได้สมรสกับแอน โบลีน (Anne Boleyn) อัครชายาที่ต่อมาถูกสามีสั่งประหารด้วยการตัดหัว โชคร้ายที่พระราชวังไวท์ฮอลล์ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1698 ทำลายจนเหลือเพียงฐานราก

อย่างไรก็ตาม ชื่อไวท์ฮอลล์ก็ยังคงถูกใช้เรียกขานถนนและย่านนี้ต่อมาเพื่อระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระราชวังในอดีต

อาคารสไตล์ทิมเบอร์เฟรมสีขาวดำเรียงรายริมถนน เกรทมาร์ลโบโรห์ (Great Marlborough Street) มีหน้าต่างชั้นล่างสีแดงและธงสหราชอาณาจักร
ถนนเกรทมาร์ลโบโรห์ (Great Marlborough Street)

ถนนเกรทมาร์ลโบโรห์ (Great Marlborough Street)

ถนนเกรทมาร์ลโบโรห์ อยู่ที่ใจกลางกรุงลอนดอน ณ ย่านโซโห (Soho) แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังในอังกฤษ แม้ว่าถนนสายนี้จะเคยอยู่ในเขตที่ดินชนชั้นสูงในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ทว่าเกรทมาร์ลโบโรห์เพิ่งจะมีชื่อเสียงในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อจอห์น เชอร์ชิลล์ (John Churchill) ดยุคแห่งมาร์ลโบโรห์ (Duke of Marlborough) ได้นำชัยให้กองทัพอังกฤษในสมรภูมิเบลนไฮม์ (Battle of Blenheim)

ในปี ค.ศ. 1704 ถนนสายนี้จึงถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ดยุคแห่งมาร์ลโบโรห์นับแต่นั้น และในปี 1881 บริษัทนำเข้าและค้ายาสูบฟิลลิปมอร์ริส (Philip Morris) ก็ได้เปิดร้านค้ายาเส้นและบุหรี่ขึ้นที่นี่ โดยตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ตามชื่อถนนว่า มาร์ลโบโร (Marlboro) ที่ต่อมากลายเป็นชื่อแบรนด์บุหรี่ยอดนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

ป้าย UNDERGROUND สีแดงและน้ำเงินตั้งอยู่ด้านหน้ารถบัสสองชั้นสีแดงและป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีข้อความ 'choose happiness' ในเวลากลางคืน
ถนนพิคคาดิลลี (Piccadilly Road)

ถนนพิคคาดิลลี (Piccadilly Road)

พิคคาดิลลี เป็นถนนเก่าแก่ในย่านเวสต์มินสเตอร์ (Westminster) ของลอนดอน นักวิชาการสันนิษฐานว่าถนนสายนี้อาจถูกสร้างขึ้นโดยชาวโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ถนนพิคคาดิลลีมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งรวมช่างฝีมือเลื่องชื่อมาตั้งแต่ยุคกลาง โดยชื่อพิคคาดิลลีเองก็ถูกตั้งขึ้นจากคอเสื้อลูกไม้ติดระบายหลายชั้น (Piccadilly) ซึ่งเป็นที่นิยมของชนชั้นสูงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงในย่านนี้

ปัจจุบันพิคคาดิลลีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ผู้คนนิยมมาแวะชิมแวะช็อปตามร้านรวงต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายเต็มสองฝั่งถนน พิคคาดิลลีจึงถูกเรียกขานในหมู่นักท่องเที่ยวว่า ถนนที่ไม่เคยหลับใหลใจกลางกรุงลอนดอน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับถนนสายประวัติศาสตร์ที่ได้แนะนำกันไป จะเห็นได้ว่าแม้ลอนดอนจะเป็นเมืองเก่าแก่ แต่ผู้คนยังคงใช้ชีวิตล้ำสมัยควบคู่กันไปกับการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ของหมู่ชน สมกับเป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่มีอายุมากที่สุดในยุโรป และหากใครสนใจไปเยือนเกาะอังกฤษเพื่อเที่ยวชมมหานครลอนดอนละก็ บริษัทพาทัวร์โลจี้ของเรายินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก และการเดินทางอย่างครบครัน ที่จะทำให้การท่องเที่ยวอังกฤษกลายเป็นทริปในฝันของคุณ

อ้างอิง