หากกล่าวถึงขนมอินเดียแล้ว หลายคนอาจติดรสชาติหวานแสบไส้ที่คนไทยเข็ดขยาดไปตามกัน ทว่าขนมหวานถือเป็นสิ่งสำคัญในวัฒนธรรมอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบ จามุน (Gulab Jamun) หอมกรุ่นที่เสิร์ฟปิดท้ายมื้ออาหาร หรือลัดดู (Laddu) เหลืองอร่ามที่นิยมมอบกันในงานมงคล

คนอินเดียถือว่าขนมเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ในบรรดาของหวานทั่วประเทศ ขนมเบงกาลีได้ชื่อว่าเป็นที่สุดแห่งของหวานทั้งมวล ชาวเบงกาลีที่อาศัยในรัฐเบงกอลตะวันตกชื่นชอบรสละมุนของครีมนม

ด้วยเหตุนี้ขนมที่มีส่วนประกอบของนมทั้งหลายจึงถือกำเนิดในดินแดนนี้ และหากใครมีโอกาสได้มาเยือน โกลกาตา (Kolkata) ประตูสู่แดนเบงกอลที่ได้สมญาว่า “เมืองแห่งความสุข (City of Joy)” แล้วละก็ คงไม่อยากพลาดแวะชิมและเลือกซื้อขนมสุดฮิตติดไม้ติดมือเป็นแน่

แต่เอ... ขนมในตู้วางเรียงกันจนงงไปหมด แล้วเราควรสั่งอะไรดีละ? ถ้าคุณกลัวจะสับสนหน้าร้านขนมเบงกาลีละก็ วันนี้ ทีมงานพาทัวร์โลจี้จะมานำเสนอขนมชื่อดังให้คุณได้เลือกสรรตามชอบใจ ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลยดีกว่าว่า มีขนมน่าสนใจอะไรบ้าง

อาคารสีขาวทรงโดมตั้งอยู่ริมสระน้ำ มีต้นไม้เรียงรายและดอกทานตะวันสีส้มบานอยู่ด้านหน้า
เมืองโกลกาตา (Kolkata) ศูนย์กลางอินเดียด้านตะวันออก

รัสกุลลา (Rasgulla)

รัสกุลลา (Rasgulla) เชื่อว่าเจ้าขนมก้อนกลมในน้ำเชื่อมใสน่าจะคุ้นตาชาวไทยหลายคน รัสกุลลาทำมาจากนมสดที่นำมาเคี่ยวจนเดือด เมื่อเติมน้ำมะนาวลงไปจะจับตัวเป็นก้อนคล้ายเนยแข็ง ก้อนนมที่ได้จะถูกพักให้เย็นก่อนปั้นเป็นลูกกลมขนาดพอดีคำ ขนมทรงกลมจะถูกนำมาต้มกับน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้

รัสกุลลาสูตรเฉพาะของเบงกอลจะใส่เมล็ดกระวานเขียวเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นลงไปด้วย ขนมก้อนกลมสีขาวนิยมเสิร์ฟทั้งแบบร้อนและเย็น น้ำเชื่อมหวานล้ำจะไหลออกมาทุกคำที่กัดลงบนขนมเนื้อฟองน้ำ ด้วยเหตุนี้รัสกุลลาจึงขนมเบงกาลีที่อยู่คู่ร้านของหวานทั้งในและนอกรัฐ

ลูกกลมสีขาวหลายลูกในภาชนะสีแดง มีที่คีบโลหะกำลังคีบลูกหนึ่งขึ้น
รัสกุลลา (Rasgulla)

สันเทศ มิษฐี (Sandesh Mishthi)

สันเทศ มิษฐี (Sandesh Mishthi) เป็นขนมที่ทำจากนมเคี่ยวกับน้ำตาล ส่วนผสมที่ถูกเคี่ยวจนงวดจะถูกนำใส่แม่พิมพ์ทิ้งไว้ให้เซ็ตตัว ขนมที่เสร็จแล้วจะโรยหน้าด้วยถั่วพิชตาชิโอหรืออัลมอนด์เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและสีสัน สันเทศ มิษฐีมีรสหวานจัดและกรุบกรอบจากถั่วบดที่โรยหน้า นิยมกินคู่กับชาร้อนในยามบ่าย

ขนมชนิดนี้ถูกเรียกกันติดปากว่ามิษฐี (Mishthi) ที่มีความหมายว่าขนมหวานในภาษาเบงกาลี คนท้องที่นิยมมอบสันเทศ มิษฐีกันในงานมงคลต่างๆ เช่น งานวิวาห์ งานวันเกิด เทศกาลดิวาลี (Diwali) เป็นต้น

ขนมทรายเดชมิสธีสีครีมทรงกลมมีลายเกลียวซ้อนกันหลายชิ้นและโรยหน้าด้วยผงสีเขียว
Sandesh Mishthi

มิษฐี โดอี (Mishthi Doi)

มิษฐี โดอี หรือ มีฐา ดะฮี (Mitha Dahi) เป็นพุดดิ้งโยเกิร์ตรสหวาน มีที่มาจากโพครา (Bogra) ที่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศบังคลาเทศ นมเปรี้ยวที่นำมาทำจะถูกผสมด้วยน้ำตาลกรวดหรือน้ำตาลทรายแดงเพื่อให้มีรสหวาน ก่อนเทใส่ภาชนะดินเผาเพื่อรักษาความเย็น น้ำนมในไหดินจะถูกทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้เซ็ตตัว เมื่อได้ที่แล้วจะมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม

มิษฐี โดอีเป็นขนมที่ผู้คนนิยมทานเป็นประจำทุกวัน เช่นเดียวกับโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวในบ้านเรานั่นเอง

ชามดินเผาทรงกลมสีน้ำตาลแดงมีหยดน้ำเกาะอยู่ด้านนอก ภายในบรรจุของเหลวสีขาวข้นพร้อมช้อนพลาสติกสีขาววางพาดอยู่
Mishthi Doi

ชัมชัม (Cham Cham)

เช่นเดียวกับมิษฐี โดอี ชัมชัม หรือ ชอมชอม (Chom Chom) ก็เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดจากบังคลาเทศเช่นกัน วิธีเตรียมชัมชัมแทบไม่ต่างจากรัสกุลลา เมื่อต้มนมผสมน้ำมะนาวจนน้ำและเนื้อนมแยกจากกัน ให้ใช้ผ้าขาวบางกรองก้อนนมออกจากน้ำ

ก้อนนมที่ได้จะถูกปั้นเป็นทรงรีแช่ในน้ำเชื่อมจนชุ่ม ทว่าแทนที่จะเสิร์ฟในน้ำเชื่อมเหมือนกับรัสกุลลา ชัมชัมจะถูกนำมาคลุกมะพร้าวขูดเพื่อเพิ่มรสสัมผัส

ชาวเบงกาลีนิยมจัดชัมชัมใส่เรือใบตองหรือภาชนะคล้ายเรือในงานมงคล ด้วยเหตุนี้ ชัมชัมจึงถูกเรียกอีกอย่างว่า “เรือแห่งความสุข (Pleasure boat)” บางครั้งอาจมีการใส่สีลงในขนมและเกล็ดมะพร้าวเพื่อเพิ่มความสดใสเช่นกัน

ขนมมชัม (Cham Cham) สีขาวรูปทรงรีสี่ชิ้น คลุกเคล้าด้วยผงสีขาวละเอียด วางเรียงกันบนจานสีดำ
มชัม (Cham Cham)

ปาเยศ (Payesh)

ปาเยศ หรือ ปายาสะ (Payasa) อาจเป็นขนมเก่าแก่ที่สุดในชมพูทวีปเลยก็ว่าได้ เชื่อว่าหากเอ่ยถึงข้าวมธุปายาส อาหารมื้อแรกที่เจ้าชายสิทธัตถะเสวยหลังเลิกบำเพ็ญทุกกรกิริยา หลายคนคงร้อง “อ๋อ” ไปตามๆ กัน ปาเยศมีลักษณะคล้ายพุดดิ้ง ทำมาจากข้าวที่นำมาต้มกับนมและน้ำตาลอ้อย บางสูตรจะใส่น้ำผึ้งแทนน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหอม

ปาเยศที่เสิร์ฟที่ร้านอาหารในโกลกาตาจะมีการเพิ่มสีสันและรสสัมผัสด้วยการใส่มะพร้าวขูด หญ้าฝรั่น ลูกเกด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพิชตาชิโอ หรืออัลมอนด์ลงไป ชาวเบงกาลีนิยมกินปาเยศปิดท้ายอาหารมื้อใหญ่เพื่อให้อิ่มสบายท้อง ในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศอินเดีย ปาเยศจะถูกเรียกว่าคีร์ (Kheer) และมีการปรุงแตกต่างกันในแต่ละท้องที่

ชามสีแดงขอบหยักวางบนจานสีเดียวกัน มีชามเล็กใส่ของเหลวสีขาวตกแต่งด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์และลูกเกด พร้อมใบแห้งและเม็ดมะม่วงหิมพานต์วางข้างกัน
ปาเยศ (Payesh)

ชานาร์ จิลาปี (Chanar Jilapi)

ชานาร์ จิลาปี (Chanar Jilapi) เป็นขนมสูตรเฉพาะของเบงกอล ของหวานชนิดนี้ดัดแปลงมาจากจาเลบี (Jalebi) ที่มีต้นกำเนิดจากดินแดนเอเชียตะวันตกเฉียงใต้

จิลาปีสูตรโกลกาตาจะทำจากปานีร์ (Paneer) หรือเนยแข็งที่ไม่ผ่านการบ่ม ผสมกับแป้งสาลี แป้งข้าวโพด เนยใส และน้ำ ส่วนผสมจะถูกทิ้งไว้ 8 ถึง 10 ชั่วโมงให้เซ็ตตัว ก่อนนำมาทอดในน้ำมันเดือด แป้งจิลาปีจะถูกบีบให้เป็นวง เมื่อทอดเสร็จใหม่ๆ ชิ้นขนมจะถูกนำมาแช่ในน้ำเชื่อมร้อนๆ ที่ผสมหญ้าฝรั่น เมล็ดกระวานเขียว และกลีบกุหลาบเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม

จิลาปีจะถูกเสิร์ฟร้อนๆ ทันทีที่ทำเสร็จ เมื่อกัดลงไปจะสัมผัสความกรุบกรอบจากแป้งทอด รวมถึงน้ำเชื่อมหวานหอมที่ไหลทะลักในแต่ละคำ หากใครได้มาเยือนโกลกาตา จะเห็นว่ามีร้านขนมหวานที่ทอดจิลาปีใหม่ๆ ตามออเดอร์

ลูกค้าสามารถรอรับขนมที่ห่อมาในกระดาษได้เดี๋ยวนั้น บางครั้งสามารถบอกคนขายได้ด้วยว่าอยากได้รูปร่างแบบใด จิลาปีจึงนับเป็นราขาแห่งสตรีทฟู้ดประจำเมืองหลวงแห่งรัฐเบงกอลเลยก็ว่าได้

ขนมหวานรูปวงแหวนสีส้มแดงเคลือบน้ำเชื่อมมันวาว วางซ้อนกันเป็นชั้นบนจานสีขาว และโรยหน้าด้วยชิ้นถั่วพิสตาชิโอสีเขียวยาวบาง
ชานาร์ จิลาปี (Chanar Jilapi)

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างกับขนมเบงกาลี 6 อย่างที่แนะนำไป เชื่อว่าใครหลายคนคงอยากลองชิมขนมหวานชื่อดังเหล่านี้เป็นแน่ และหากใครต้องการมาเที่ยวโกลกาตาเพื่อตามรอยขนมหวานละก็ ปัจจุบันการเดินทางนั้นง่ายแสนง่าย โกลกาตามีไฟล์ทบินตรงจากกรุงเทพฯ หลายสายการบินให้เลือกสรร

หรือหากใครต้องการข้อมูลที่แม่นยำ สามารถติดต่อทีมงานพาทัวร์โลจี้เพื่อให้ทริปเยือนเบงกอลของคุณครั้งนี้กลายเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม นอกจากขนมหวานหลากชนิดแล้ว โกลกาตายังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายรอให้คุณได้ค้นพบ

ถ้าหมดโควิดเมื่อไหร่ อย่ารอช้า เตรียมตัวแพ็คกระเป๋ามาสัมผัสเมืองหลวงรัฐเบงกอลที่ได้ชื่อว่า “เมืองมายาตะวันออก” กันเถอะ!

หนังสืออ้างอิง

  • Badrinath, Mallika. 200 Traditional Sweets. Chennai: Pradeep Enterprise, 2011.
  • Banerjee, Satarupa. The Book of Indian Sweets. New Delhi: Rupa Publication India, 2009.
  • Kapoor, Sanjeev. Mithai: Sweet for every celebrations. Mumbai: Popular Prakashan, 2011.